[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Young @ Heart (2007)

(บรรยายอังกฤษ)

 

Directer:Stephen Walker, Sally George (music videos)   Producer:Sally George

Cinematography:Ed Marritz (director of photography) (as Eddie Marritz)  
Editor:Chris King   Running time:107 min  Country:UK   Language:English 
Genre:Documentary, Music  
Subtitle: English
Starring:
Joe Benoit ... Himself - aged 83
Helen Boston ... Herself - aged 76
Louise Canady ... Herself - aged 77
Elaine Fligman ... Herself - aged 83
Jean Florio ... Herself - aged 83

 

ความสุขนั้นอยู่ที่ใจ...
จากจุดเริ่มต้นที่ผู้กำกับสตีเฟ่น วอล์เกอร์ได้ยินข่าวเกี่ยวการขึ้นเล่นคอนเสิร์ตของกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า "Young@Heart" แปรเปลี่ยนเป็นความสนใจที่ทวีคูณมากขึ้นเมื่อรู้ว่าอายุเฉลี่ยของวงนี้แทบจะเฉียดหลักร้อยปี!! และเพลงที่นำมาร้องก็หาใช่เพลงเก่ารุ่นคุณปู่คุณยายแต่กลับเป็นเพลง pop-rock ร่วมสมัยที่วัยรุ่นต่างคุ้นหูกันเป็นอย่างดี จากการตามติดชีวิตหลังเวทีของกลุ่มผู้สูงอายุในบ้านพกฟื้นคนชรา เราจะได้เห็นมุมน่ารักๆของคุณปู่คุณยายที่พยายามฝึกซอมร้องเพลงกันอย่างหนัก แม้จะมีอุปสรรคคือวัยและสังขารที่พร้อมจะจากไปได้ทุกเมื่อ แต่คนเหล่านี้กลับสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับคนดูได้ตลอด และยังฉุกให้คิดได้ว่าเวลาหรือวัยที่ล่วงเลย หาใช่อุปสรรคในการหาความสุขให้แก่ชีวิตไม่
 



Documents the true story of the final weeks of rehearsal for the Young at Heart Chorus in Northampton, MA, whose average age is 81, and many of whom must overcome health adversities to participate. Their music is unexpected, going against the stereotype of their age group, performing songs, for example, by James Brown, and Sonic Youth. Although they have toured Europe and sang for royalty, this account focuses on preparing new songs, not an easy endeavor, for a concert in their home town, which succeeds in spite of several real heart breaking events.


(บทความนี้ตัดมาจาก http://starpics.co.th/board/index.php?topic=891.0)

Young@Heart สุขใดไหนจะเท่า...

 

หลังดูสารคดีเรื่องนี้จบ...ผมแทบอยากจะลุกขึ้นยืนปรบมือแสดง Standing Ovation ให้กับทั้งคนทำหนัง
และกลุ่มผู้สูงอายุ สมาชิกวงร้องประสานเสียงกลุ่มนี้ เหมือนอย่างที่คนดูใน Academy Theatre มีโอกาสได้ทำ
แต่ด้วยความขวยอายของตัวเอง และเพื่อนร่วมรอบฉายเมื่อวานนี้ ไม่มีใครทำอย่างนั้นเลย......
(มีเพียงกลุ่มสาวใหญ่ชาวต่างชาติราวๆ 6-7 คน ที่นั่งดูอยู่ 3 แถวถัดไปด้านหน้าผม) ที่นั่งดู End Credit จนจบเช่นเดียวกันและร่วมกันปรบมือให้กับสารคดีชิ้นเยี่ยมเรื่องนี้ อย่างมีความสุข และอิ่มเอมใจไปกับเรื่องราวที่เพิ่งได้รับชมเมื่อสักครู่

 

 

ต้องยอมรับว่า ปกติแล้ว ผมดูหนังสารคดีมาไม่มากนัก เท่าที่เคยดู ก็เห็นจะได้แก่ Super Size Me, Fahrenheit 9/11,Tarnation, Suddenly Last Winter, The Story of Weeping Camel, My Date with Drew, An Inconvenient Truth หรือถ้าเป็นของไทย ก็ได้แก่ ปักษ์ใต้บ้านเรา, Final Score, ความจริงพูดได้ และล่าสุดกับ พลเมืองจูหลิง ซึ่งทุกเรื่องที่กล่าวมา นับรวมแล้วยังไม่ถึง 1 โหลด้วยซ้ำ ...และแม้ทุกเรื่องจะมีข้อดีที่ทำให้ผมรู้สึกชื่นชอบ และชื่นชม แต่ยังไม่มีเรื่องไหน นำเสนอเรื่องราวออกมาได้อย่างกินใจผมได้อย่างลึกซึ้งเท่ากับสารคดีเรื่องล่าสุดที่ผมได้ดูอย่าง Young@Heart เรื่องนี้

ทั้งที่ว่าไปแล้ว สารคดีคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย เรื่องนี้ ไม่ได้นำเสนอเรื่องราวของบุคคล หรือประเด็นอะไรที่ยิ่งใหญ่เลย เพราะมันเล่าถึงกลุ่มคนวัยไม้ใกล้ฝั่ง ที่ลุกขึ้นมาร่วมกันร้องเพลง ที่พวกเขาก็ไม่ได้ชื่นชอบ ทว่า ก็ไม่ได้มีใครที่ถูกบังคับ ตรงกันข้าม พวกเขา(และเธอ) กลับมาร่วมกันร้องเพลงเหล่านี้ ด้วยใจ และความรักล้วนๆ ด้วยเหตุผลต่างๆ กันไป แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกัน ก็คือปัญหาสุขภาพ และอีกอย่างที่อยู่ตรงกันข้ามกับปัญหาสุขภาพนี้ แต่ทุกคนต่างมี และแสดงออกมาเหมือนๆ กันอีก ก็คือ อารมณ์ัขัน รวมทั้งมิตรภาพดีๆ ซึ่งคนในวัยทำงาน หรือวัยอื่นๆ  อาจไม่มีเหลือให้กันอย่างบริสุทธิ์ใจแล้ว ในโลกทุกวันนี้

 


 

ฉากหนึ่ง ที่อาจเป็นฉากเล็กๆ แต่ทว่า ผมรู้สึกกินใจมากพอสมควร คือฉากที่ คุณตาเลนนี่ คุณตาโจ และคุณยายไอลีน เดินทางไป-กลับ จากการซ้อมพร้อมๆกัน ด้วยรถเก๋งเก่าๆ คันเดียวกัน ซึ่งมีการบรรยายไว้ว่า ทั้ง 3 มักจะเดินทางด้วยกันเสมอ โดยคุณตาเลนนี่ เป็นคนขับรถให้ เนื่องจากเป็นคนเดียว ที่ยังมองเห็นได้ดีกว่าใคร ทำให้ิมิตรภาพของทั้ง 3 ดูจะแนบแน่นเป็นพิเศษ สิ่งเล็กๆ ในฉากเล็กๆ นี้ อาจไม่กระทบใจใครเลย แต่ส่วนตัวผม กลับนึกไปข้างหน้าในวันที่หากผมแก่ตัวลง และมีเพื่อนสักคน-2 คน ที่ยังติดต่อกันอยู่เสมอ คนๆ นั้น คงเป็นเพื่อนแท้อย่างไม่ต้องสงสัย และอย่างไม่นึกไม่ัฝันมาก่อน (ทั้งผมและคงจะทีมงานด้วย) ว่าฉากเล็กๆ ฉากนี้ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อความเป็นดราม่าในเรื่องราวของตอนท้ายเรื่องด้วย เืมื่อหนึ่งใน 3 คนที่ว่ามานี้ ต้องจากไปด้วยโรคร้าย ก่อนจะถึงวันแสดงจริงอีกเพียงไม่ถึงสัปดาห์

จากที่ว่ามา หลายคนอาจคิดว่านี่เป็นสารคดีที่แลดูเศร้าสร้อย แต่หากได้ไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง จะรู้ว่า ที่ผมหยิบยกมา เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง ซึ่งอันที่จริงแล้ว หนังไม่ได้นำเสนอแบบเน้นย้ำ หรือยัดเยียด จนแลดูหดหู่ ทว่าตรงกันข้าม เพราะมันกลับเป็นส่วนที่น่าซาบซึ้ง และน่าประทับใจ เพราะเรื่องราวในส่วนอื่นๆ ของหนัง ยังอุดมไปด้วยความสนุกสนาน เฮฮา ด้วยเพราะคุณตาคุณยาย ทั้งหลายในกลุ่มประสานเสียงนี้ ล้วนเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน อย่างที่ว่ามาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณยายไอลีน ที่ไม่ว่าจะกี่ฉากต่อกี่ฉาก ที่เธอถูกสัมภาษณ์แบบเดี่ยวๆ เธอจะเรียกเสียงฮาได้ลั่นโรงตลอดเวลา และอย่างต่อเนื่อง ใครไปดู คงต้องตกหลุมรักเธออย่างไม่อาจปฏิเสธจริงๆ นอกจากนี้เธอยังเป็นสมาชิกที่สูงวัยที่สุดในกลุ่ม ด้วยวัย 92 ปีอีกด้วย

 

 

ตอน Credit ท้ายเรื่อง หนังยังอารมณ์ดี พอที่จะใส่ชื่อสมาชิกในกลุ่ม พร้อมอายุจริงของแต่ละคนเข้าไปด้วย
และแม้จะต้องสูญเสียสมาชิก ไปในระหว่างถ่ายทำ 2 คน คือ Bob Salvini และ Joe Benoit แต่การแสดงของกลุ่มก็ยังคงดำเนินไปได้จนจบ และชนะใจคนดูทั้งในโรงละคร Academy Theatre และคนดูในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นเอกฉันท์ไม่แปลกใจเลย ที่หนังไปคว้ารางวัลขวัญใจมหาชนได้จากหลากหลายเทศกาลหนัง ทั้ง Los Angeles Film Festival, Atlanta Film Festival และ Warsaw International Film Festival ในช่วงปี-2 ปีที่่ผ่านมา

ทีมงานยังอุทิศหนังเรื่องนี้ให้แก่สมาชิกผู้เสียชีวิตไปด้วย ซึ่งรวมถึงคุณยายไอลีน ฮอลล์ ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 9 ก.ค. 2007หลังการปิดกล้องสารคดีเรื่องนี้ไปไม่นาน..ทว่าเชื่อว่ากลุ่มสมาชิก "หัวใจหนุ่มสาว"(Young@Heart) ทุกคน จะยังคงอยู่ในใจของแฟนเพลง และแฟนสารคดีเรื่องนี้ ตราบนานเท่านาน ไม่ว่าพวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม


....เพราะพวกเขาทุกคนทำให้เรารู้่ว่า...ความสุขใดไหนจะเท่า...การได้ทำในสิ่งที่รัก และมอบสิ่งดีๆ ให้กันและกัน..อย่างบริสุทธิ์ใจ



ยัง แอต ฮาร์ต คือชื่อคณะประสานเสียงสูงอายุจากนอร์แธมป์ตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา นักร้องกลุ่มนี้มีอายุเฉลี่ย 81 ปี และแต่ละคนยอมต่อสู้กับปัญหาสุขภาพและสังขารเพื่อจะได้มาร่วมขับขานบทเพลงร่วมกัน ซึ่งบทเพลงที่ว่านั้นไม่ใช่เพลงคลาสสิกหรือเพลงสวด แต่เป็นเพลงของศิลปินร่วมสมัย อาทิ เจมส์ บราวน์, โซนิก ยูธ, เดอะ แคลช, เดอะ ราโมนส์ หรือ โคลด์เพลย์

ยัง แอต ฮาร์ต ประกอบไปด้วยคุณปู่คุณย่าคุณตาและคุณยายรวมกันราว 2 โหล พวกเขาเชี่ยวชาญด้านการจับเพลงร็อก พังก์ และอาร์แอนด์บี มาตีความใหม่ตามมุมมองของตัวเอง สมาชิกของกลุ่มประกอบไปด้วยอดีตคุณครู ผู้บริหาร คุณหมอ และคนทำงานเกี่ยวกับอาหาร โดยมี บ็อบ ซิลแมน ช่วยทำหน้าที่เป็นผู้กำกับการร้องเพลงของคณะมาเป็นเวลายาวนาน

พวกเขามีเวลาเพียง 6 สัปดาห์ในการฝึกซ้อมร้องเพลงใหม่ๆ ที่พวกเขายังไม่คุ้นหูถึง 7 เพลง ก่อนที่จะถึงคืนแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ในบ้านเกิดต่อหน้าผู้ชมนับพัน การฝึกซ้อม 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้กลุ่มผู้สูงอายุหัวใจละอ่อนค่อยๆ ซึมซับตั้งแต่บทเพลงอาร์แอนด์บียอดนิยมไปจนถึงเพลงบัลลาดสุดสะเทือนใจได้ทีละน้อย



รางวัล Awards:4 wins & 1 nomination

Atlanta Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Audience Award Feature
 
Broadcast Film Critics Association Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2009 Nominated Critics Choice Award Best Documentary Feature
 
Los Angeles Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Audience Award Best International Feature
 
Rose d''Or Light Entertainment Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Golden Rose Art Documentary
UK.
 
Warsaw International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Audience Award Documentary Feature
Stephen Walker

 

 

 


เข้าชม : 6277    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: documentary: music: SubtitleEnglish: originEurope: recommend



สารคดีเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ