[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Dead Poets Society (1989)

ครูครับ.. เราจะสู้เพื่อฝัน

(บรรยายไทย)

 

 

 


 

(บทความนี้ตัดมาจาก http://www.vcharkarn.com/vblog/34287/29)

Dead Poets Society (1989): Oh captain, my captain

“ข้าดุ่มด้นเข้าไปในไพรพฤกษ์ หมายเจาะลึกว่าความสุขอยู่หนไหน
แสวงหาถึงแก่นแท้เพื่อแน่ใจ มิยอมสิ้นอายุขัยก่อนได้พบ”

- (เรียบเรียงจาก Subtitle ของคุณพัชชา) –

...ผมมีเพื่อนเป็นครูอยู่หลายคน และหลายๆครั้งที่ผมมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนๆกลุ่มนี้ ผมพบว่าปัจจุบันแม่พิมพ์ของชาติมีงานล้นมือเหลือเกิน ล้นซะจนไม่มีเวลาที่จะมาเอาใจใส่ลูกศิษย์ บางคนถึงกับไม่มีเวลาเตรียมการเรียนการสอน เนื่องจากระบบใหม่ที่ครูทุกคนต้องทำผลงานเพื่อจะเลื่อนขั้น ผู้ปกครองสมัยนี้จึงไม่สามารถฝากฝังลูกๆให้โรงเรียนเป็นผู้ดูแลอนาคตของชาติได้เพียงลำพัง โดยเฉพาะเด็กมัธยมวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงโฮโมนวัยที่มีพลังในการสร้างสรรค์และแสวงหาตัวเอง ในบรรดาหนัง Coming of Age ที่ผมชื่นชอบมากที่สุดหนึ่งในนั้นคือหนังเรื่องนี้
“Dead Poets Society” หรือสมาคมกวีไร้ชีพ ที่หนังได้ถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กนักเรียนมัธยมชั้นดีแห่งหนึ่งของอเมริกาผ่านระบบการสอนของคุณครู Keating คนที่ใช้วิธีคิดล้ำสมัยและไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมเดิมๆ ในยุค 1959 อเมริกันยังยึดตำราเป็นใหญ่เพื่อให้เด็กสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ แล้วประสบความสำเร็จในวิชาชีพของตนเอง หนังที่ทำให้ให้ผู้คนตระหนักว่าวิชาชีพนั้นเป็นสิ่งมนุษย์ไขว่คว้ามาเพื่อเลี้ยงชีพ แต่บทกวีคือสิ่งที่เราต้องมีชีวิตอยู่เพื่อมัน...
 


...หลายๆคนอาจจะเห็นด้วยกับสังคมการเรียนรู้แบบใหม่และอีกกลุ่มหนึ่งอาจจะไม่เห็นด้วย เพราะผมเชื่อว่าแนวคิดทั้งสองอย่างมันมีทั้งข้อดีข้อเสีย การเรียนรู้ด้วยตัวเองของเด็กมันอาจจะจุดประกายทางความคิดสร้างสรรค์แต่เราอาจจะลืมไปว่ามันเกิดจากคนที่อ่อนด้อยประสบการณ์ ขาดการตัดสินใจที่จะฟันธงลงไปว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ถูกหรือสิ่งไหนคือสิ่งที่ควรจะทำ เด็กจึงต้องมีผู้ชี้ทางให้พวกเขาเดินไปข้างหน้าอย่างปลอดภัย สิ่งที่ชอบกับสิ่งที่ถนัดบางที่มันไม่ได้มาพร้อมกัน ความชอบอย่างเดียวมันไม่ได้ทำให้คนประสบความสำเร็จได้หากขาดการฝึกฝนและพัฒนา การเรียนรู้จากในตำราบางทีมันก็ทำให้เด็กขาดประสบการณ์จริงที่จะต้องพบในชีวิตข้างหน้า ครูจึงเป็นเหมือนผู้สร้างความเข้มแข็งทางความคิดให้กับลูกศิษย์ การเรียนรู้ที่แท้จริงสำหรับเด็กต้องเรียนรู้ด้วยตนเองโดยผู้ใหญ่ไม่ปล่อยให้โดดเดี่ยว เหมือนกับในหนัง Animation ของ Ghibli Studio เรื่อง
Whisper of the Heart โดย Yushifumi Kondo ที่พ่อแม่เปิดโอกาสให้เด็กทดลองเรียนรู้สิ่งที่ตนเองชอบแต่ไม่เคยปล่อยให้เด็กๆเหล่านั้นโดดเดี่ยว พร้อมเสมอที่จะปลอบประโลมเมื่อพวกเขาบาดเจ็บ แต่ใน “Dead Poets Society” นั้นไม่เคยเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ และยังปิดกั้นไม่ให้พวกเขาได้สัมผัสฝันแม้โอกาสนั้นผ่านมาให้พวกเขาได้ฉกฉวย...
 


...
”Seize the Day!” ฉกฉวยวันเวลาเมื่อเธอมีโอกาส อย่าปล่อยให้วันเวลามันผ่านไป เธอไม่รู้หรอกว่าชีวิตมันสั้นนัก นี่อาจจะเป็นนัยยะที่หนังซุกซ่อนเอาไว้เพื่อเตือนไม่ให้เราประมาทกับเวลาที่มันผ่านไปอย่างรวดเร็ว อย่าปล่อยให้ชีวิตล่องลอยไปตามกระแสหลักของสังคม อย่าปล่อยให้ตำราเรียน ประเพณีเดิมๆ ปิดกั้นการแสวงหา เหมือนกวีนิพนธ์ข้างต้นที่แปลโดย “พัชชา” สละสลวยเหลือเกินและครอบคลุมเนื้อหาของตัวหนัง เปรียบได้กับ Neil ลูกศิษย์ของครู Keating ผู้เป็นเหยื่อของระบบเก่า เขาถูกจุดประกายความคิดจากคุณครูที่มาพร้อมกับระบบใหม่ และเลือกทำตามใจตัวเองครั้งแรกในชีวิต แต่ด้วยวุฒิภาวะที่ยังไม่พร้อมจะต้านทานแรงปะทะนั้นได้จึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาดุ่มด้นเข้าพงไพร โอกาสแห่งการแสงหาหมดไปพร้อมกับชัยชนะของระบบเดิมโดยมีเจ้าของระบบใหม่ตกเป็นแพะรับบาป แต่อย่างน้อยร่องรอยการต่อสู้ยังคงหลงเหลืออยู่ในตัวลูกศิษย์ที่เหลือของเขา แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดแต่มันก็ให้ความหวังและพลังมหาศาลที่จะนำพาหลักการของเขาให้ดำเนินต่อไป...
 


…คนนอกกรอบมักจะถูกมองในแง่ลบเสมอจากคนในกรอบ แต่พวกเขามักจะมีมุมมองใหม่เสมอ นั้นอาจจะเป็นเพราะว่ากรอบเดิมทำให้พวกเขาเหนื่อยหน่ายกับข้อเสียเก่าๆที่ขาดการแก้ไข การฉีกตำราหน้าแรกทิ้งไป หรือการยืนมองนักเรียนจากโต๊ะเขียนหนังสือคือการลบมุมมองเดิมๆของลูกศิษย์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากภายใน เพราะกวีหรือศิลปะนั้นมันไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวเหมือนกับสาขาวิชาอื่นๆ มนุษย์จึงสามารถใช้ความรู้สึกบอกได้ว่าชอบหรือไม่ชอบได้ การตัดสินคุณค่าเชิงตัวเลขอาจจะไม่สามารถบอกว่าดีหรือไม่ดีได้เสมอไป แต่ว่ามันอาจจะง่ายและชัดเจนกว่าการใช้อารมณ์วัด การประเมินผลเชิงคุณค่าจึงถูกหลงลืมไป คุณค่านั้นไม่สามารถมองที่มุมๆเดียว แต่ต้องมองทุกมุม มองให้รอบทิศทางเหมือนเวลาเรามองลูกกลมๆ 360 องศา การสอนให้เขารู้จักมองหลายๆมุม อาจจะทำให้เราเรียนรู้สิ่งใหม่จากพวกเขา มุมที่เราไม่เคยมองเห็นมันมาเลยชั่วชีวิต...

 


...ฉากสุดท้ายในหนังเป็นฉากที่ทรงพลังเหลือเกิน  “
คุณครูครับ เราจะสู้เพื่อฝัน” จึงเหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับชื่อภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ ผมบอกเพื่อนที่เป็นครูเสมอว่า พวกเขาเป็นเหมือนแม่พิมพ์ของเด็กๆ เป็นผู้สร้างอนาคตของเด็กทุกคน อย่าได้ท้อถอยหรือหวั่นไหวไปกับระบบหรือระเบียบของสังคมเลย หน้าที่ของพวกเขาคือสร้างอนาคตของชาติ และอนาคตของเด็กนักเรียนอยู่ในมือของคุณครูทุกคน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่สามารถทำได้คือส่งเสียงให้พ่อแม่และผู้ปกครองได้ยินว่าการปล่อยให้พวกเขาโดดเดี่ยวจากการเรียนรู้โดยมีโรงเรียนเป็นความหวังมันทำไม่ได้แล้วสำหรับสภาพสังคมปัจจุบัน อย่าปล่อยให้พวกเขาเดียวดายจากการเรียนรู้ หรือปิดกั้นพวกเขามากจนเกินไป เพราะพลังของการสร้างสรรค์นั้น มันเกิดจากโฮโมนของคนรุ่นนี้ทั้งนั้น สิ่งที่ท่านทำได้คือ “ปลดปล่อยให้พวกเขาฉกฉวยโอกาสแห่งการเรียนรู้ โดยไม่ปล่อยให้พวกเขาเดียวดาย” น่าจะเป็นวิถีที่ประนีประนอมที่สุดแล้วสำหรับระบบการเรียนรู้แบบใหม่...

...ขอมอบให้คุณครูทุกคนของผม และให้กำลังใจเพื่อนๆที่เป็นครูทุกคน...

รักและเคารพอย่างยิ่ง

-อั๋นน้อย-
 


 

 

(บทความนี้ตัดมาจากhttp://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nanoguy&month=26-01-2007&group=2&gblog=6)

Dead Poets Society (สหรัฐอเมริกา, Peter Weir, 1989)
Location
ห้อง 106 ตึก 2 คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Date 16 มกราคม 2550

          ท่ามกลางรูปแบบการดำเนินชีวิตตามแบบแผนของสังคมและความคาดหวังจากบุพการีของเหล่าเด็กนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมอันดับหนึ่ง ครูสอนกวีนิพนธ์คนใหม่ได้เข้ามาในชีวิตของพวกเขาและนำพวกเขาออกจากห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ อันแสนน่าเบื่อ และการเรียนแบบนั่งจดท่องจำโดยไม่มีเป้าหมายในชีวิต พร้อมกับสั่งให้ฉีกคำนำของตำรากวีนิพนธ์ตามหลักสูตรที่สอนให้ประเมินค่าของบทกวีด้วยการพล็อตจุดลงกราฟ xy นาย
John Keating ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กกลุ่มหนึ่งกล้าคิด กล้าฝัน และกล้าแหวกกรอบของสังคมและพ่อแม่ในสมัยนั้นเพื่อตามหาความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง
 


Neil เป็นหนึ่งในนักเรียนที่เลื่อมใสในตัวครูคีตติ้ง เขาไปค้นประวัติของคีตติ้งสมัยเรียนอยู่ที่นี่และพบคำว่า Dead Poets Society หรือ “ชมรมกวีไร้ชีพ” เขารีบไปถามไขข้อสงสัยกับครู ก่อนจะตัดสินใจฟื้นฟูชมรมนี้ขึ้นมาอีกครั้ง และชักชวนเพื่อนที่มีความฝันแต่ละคนมานั่งอ่านบทกวีกันทุกคืนๆ พวกเขาดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขอยู่กับความฝันอันงดงามในจินตนาการ แต่ไม่ทันไรความจริงอันโหดร้ายก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ทั้งพ่อแม่เผด็จการ ครูหัวอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว และกรอบของสังคมที่บีบให้พวกเขาต้องเดินตามอย่างไม่เต็มใจ

กรอบของสังคมเหล่านั้นก็ไม่ต่างกับการพยายามประเมินคุณค่าของบทกวีด้วยกราฟ ภายใต้กฎเกณฑ์วุ่นวายจุกจิกตามหลักวิชาการที่ตั้งขึ้น ทั้งๆที่บทกวีแต่ละบทนั้นต่างก็มีดีในตัวของมันเอง แต่ละคนย่อมรับสารและเหมาะสมกับรูปแบบของบทกวีในแบบที่แตกต่างกัน ทำไมต้องมาบังคับว่าบทกวีที่ดีต้องใช้คำขั้นสูง สัมผัสนอกในตามหลัก ใช้โวหารเปรียบเทียบ หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะมันเป็นเรื่องไร้สาระ
 


ชีวิตคนก็ไม่ต่างอะไรจากบทกวี คนหนึ่งอาจเหมาะกับการเป็นนักร้องนักดนตรี บางคนอาจเหมาะกับการเป็นนักแปลนักเขียน หรือบางคนอาจเหมาะกับการทำประมง ก็ได้! ในเมื่อชีวิตของแต่ละคนมีบริบทต่างกัน มีความชื่นชอบแตกต่างกัน มีความถนัดที่ไม่เหมือนกัน กรอบของสังคมกลับยึดติดอยู่กับมาตรฐานโบราณเพียงอย่างเดียว และใช้มันตัดสินคนทุกคนที่มีความแตกต่างกันนับล้านแบบ ค่านิยมประเภทที่ว่าเรียนสายวิทย์ดีกว่า เพราะสายศิลป์มันไว้ให้คนโง่เรียน ค่านิยมประเภทที่ว่าเรียนหมอมันดีกว่า เพราะพวกเรียนทันตะเภสัชสัตวแพทย์มันเป็นพวกโง่เอ็นท์หมอไม่ติด หรือค่านิยมประเภทที่ว่าคณะอย่างประมงหรือวนศาสตร์และวิทย์กีฬา มีไว้ให้เลือกกันเอ็นท์ไม่ติด ล้วนแล้วแต่เป็นมาตรวัดที่ไม่อาจใช้วัดคุณค่าของแต่ละชีวิตได้จริงเลยแม้แต่อย่างเดียว
 


ชื่อเรื่อง
Dead Poets Society นอกจากจะหมายความถึงชมรมกวีไร้ชีพแล้ว คำว่า society น่าจะสื่อความถึงสังคมในภาพกว้างได้ด้วย ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าชีวิตคนก็ไม่ต่างอะไรจากบทกวี คนแต่ละคนต่างก็เปรียบเหมือนกับกวี เพียงแต่ในสังคมที่กรอบมีอำนาจควบคุมการดำเนินชีวิตมากขนาดนี้ จิตวิญญาณของกวีแต่ละคนจึงถูกกดไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใต้สำนึก ราวกับว่าความเป็นกวีในตัวของแต่ละคนนั้นได้ตายไปแล้ว เพราะแต่ละคนดำเนินชีวิตไปตามแนวทางที่สังคมขีดเส้นไว้ให้ จิตวิญญาณและความฝันจึงกลายเป็นสิ่งไม่จำเป็น

 



แล้วเมื่อคนเราขาดจิตวิญญาณและความฝัน มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนตายทั้งเป็นไม่ใช่หรือ?

ฉากที่สุ่มเสี่ยงต่อการเซ็นเซอร์
- ไม่มีเซ็นเซอร์เพราะหนังเก่า ออกมาก่อนยุคเต่าล้านปีครองกรรไกร

 


หนังตัวอย่าง:

 


รางวัล:Won Oscar. Another 13 wins & 15 nominations

ASCAP Film and Television Music Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Won ASCAP Award Top Box Office Films
Maurice Jarre
 
Academy Awards, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Won Oscar Best Writing, Screenplay Written Directly for the Screen
Tom Schulman
Nominated Oscar Best Actor in a Leading Role
Robin Williams
Best Director
Peter Weir
Best Picture
Steven Haft
Paul Junger Witt
Tony Thomas
 
Argentinean Film Critics Association Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1991 Nominated Silver Condor Best Foreign Film (Mejor Película Extranjera)
Peter Weir
USA.
 
BAFTA Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Won BAFTA Film Award Best Film
Steven Haft
Paul Junger Witt
Tony Thomas
Peter Weir
Best Original Film Score
Maurice Jarre
Nominated BAFTA Film Award Best Actor
Robin Williams
Best Direction
Peter Weir
Best Editing
William M. Anderson
Best Screenplay - Original
Tom Schulman
 
British Society of Cinematographers
Year Result Award Category/Recipient(s)
1989 Nominated Best Cinematography Award John Seale
 
 
Casting Society of America, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Won Artios Best Casting for Feature Film, Drama
Howard Feuer
 
César Awards, France
Year Result Award Category/Recipient(s)
1991 Won César Best Foreign Film (Meilleur film étranger)
Peter Weir
 
David di Donatello Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Won David Best Foreign Film (Miglior Film Straniero)
Peter Weir
 
Directors Guild of America, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Nominated DGA Award Outstanding Directorial Achievement in Motion Pictures
Peter Weir
 
Golden Globes, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Nominated Golden Globe Best Director - Motion Picture
Peter Weir
Best Motion Picture - Drama
 
Best Performance by an Actor in a Motion Picture - Drama
Robin Williams
Best Screenplay - Motion Picture
Tom Schulman
 
Golden Screen, Germany
Year Result Award Category/Recipient(s)
1991 Won Golden Screen (Warner Bros. (distributor) ).
 
Guild of German Art House Cinemas
Year Result Award Category/Recipient(s)
1991 Won Guild Film Award - Gold Foreign Film (Ausländischer Film)
Peter Weir
 
Italian National Syndicate of Film Journalists
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Won Silver Ribbon Best Director - Foreign Film (Regista del Miglior Film Straniero)
Peter Weir
 
Joseph Plateau Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Won Joseph Plateau Award Best Foreign Film
 
Political Film Society, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Won PFS Award Democracy
 
Warsaw International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Won Audience Award Peter Weir
 
Writers Guild of America, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Nominated WGA Award (Screen) Best Screenplay Written Directly for the Screen
Tom Schulman
 
Young Artist Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1990 Won Young Artist Award Best Motion Picture - Drama
 

Plot:

Painfully shy Todd Anderson has been sent to the school where his popular older brother was valedictorian. His room-mate, Neil, although exceedingly bright and popular, is very much under the thumb of his overbearing father. The two, along with their other friends, meet Professor Keating, their new English teacher, who tells them of the Dead Poets Society, and encourages them to go against the status quo. Each, in their own way, does this, and are changed for life.


 

 

 

 


เข้าชม : 7415    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originAmericanCanadianAustralian: SubtitleEnglish: SubtitleThai: FeelGood: recommend



หนังอเมริกัน และออสเตรเลียเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ