[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Like Water for Chocolate (1992)

(บรรยายไทย)

 

 

 

 บทความนี้เขาเขียนวิจารณ์หนังสือนะ

 แต่เขาวิจารณ์ได้สนุกมาก เลยตัดมาให้อ่านเล่นๆ

 เขาใช้ชื่อว่า LMJ

 V

 V

 

(บทความนี้ตัดมาจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=lmj&month=27-04-2009&group=2&gblog=88)

Like Water for Chocolate

- อาหาร มา (ร) ยา และ e หญิงชราผู้ไม่อ่านนิยายรัก

เลาร่า เอสกีเบล เขียน (สะกดถูกแล้ว อ่านแบบสเปน)
แครอล และ โธมัส คริสเตนเซ่น แปล
Black Swan พิมพ์
อั๊งอังอา ให้ยืม

หนังสือเล่มนี้เคยสร้างเป็นหนังฮอตฮิตเมื่อ... หลายปีมาแล้ว เป็นหนังที่ดูเท่ห์เก๋ไก๋เป็นที่ยิ่ง แต่อยู่มาวันหนึ่งมีสายรายงานมาว่า ไปเจอคนพูดว่าหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วย element น้ำเน่าๆ เค้ารับไม่ได้ ว่าแล้วเราก็นินทากันว่าตานี่ตาต่ำ ช่างไม่รู้อะไรซะบ้างเลย หนังเค้า
magical realism ย่ะ บลาๆๆ เสร็จแล้วก็ลืมกันไป ตามประสาวัยสะรุ่น มีเรื่องต้องคิดต้องทำเย้อ (ฮา)

ทีนี้เมื่อกาลเวลาผ่านไป โชคชะตาก็นำพา LMJ กับหนังสือเล่มนี้มาพบกัน...

แล้ว LMJ ก็พบว่า เอ่อ... มันน้ำเน่าจริงๆ ว่ะ อารมณ์ประมาณดูละครหลังข่าวเปี๊ยบเลย

คือ element ส่วนที่เป็น
magical realism (สัจนิยมมหัศจรรย์ หรือ สัจนิยมมายา) มันก็มีอยู่เหมือนเดิมแหละ แต่ตอนเป็นหนังมันจะนิ่งๆ หน่อยไง แต่ในหนังสืออารมณ์มันแรงมาก

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าสาวน้อยติต้าเกิดมาได้สองวันพ่อก็ตาย แม่ช้ำใจจนน้ำนมไม่ไหล แม่ครัวเลยรับเลี้ยงดูแทน ติต้าเลยโตขึ้นมาในครัว อบอวลด้วยกลิ่นอาหาร พลางกิน tea (ซึ่งเราเข้าใจว่าน่าจะเป็น beef tea น้ำตุ๋นเนื้อ ไม่งั้นมันจะมีสารอาหารอะไร แต่ก็ไม่ได้มีการอธิบายใดๆ ในเรื่อง) กับโจ๊กข้าวโพดที่แม่ครัวป้อนให้ และกลายเป็นอัจฉริยะในทางทำกับข้าวไปในที่สุด

บ้านของติต้าเป็นบ้านไร่ใหญ่โต เรียกได้ว่าเป็นไฮโซบ้านนอก เป็นคุณหนูแต่โดนใช้งานเยี่ยงทาส ทำกับข้าวแล้วยังต้องล้างจานอีก คนใช้ในบ้านมีอยู่สองคน เวลามีงานเลี้ยงก็ต้องทำกับข้าวเลี้ยงแขกเอง ทำเสร็จก็ต้องวิ่งไปแต่งตัวมาต้อนรับแขก พอแขกกลับไปก็ต้องมาเก็บโต๊ะอีก แอร๊ยยยยยยส์

อันที่จริงแล้วติต้ายังมีพี่สาวอีกสองคน คนโตชื่อโรเซาร่า คนรองชื่อเฮร์ตรูดิส (ส่วนติต้ามีชื่อเต็มๆ ว่าโฮเซฟิต้า) ไม่มีการกล่าวถึงว่าสองคนนั้นร่วมถูกใช้งานเยี่ยงทาสด้วยหรือเปล่า แต่หลักฐานว่านังแม่มันรักลูกไม่เท่ากันกำลังจะมีมาต่อไป

ดังที่กล่าวมาแล้วว่าไฮโซบ้านนอกชอบจัดงานเลี้ยง ในงานเลี้ยงคราวหนึ่งก็มีไอ้หนุ่มไร่ข้างๆ มาตกหลุมรักติต้า พาพ่อมาขอเสียดิบดี แต่นังแม่มันบอกว่า ในตระกูลของเดี๊ยนนั้นมีธรรมเนียมสืบต่อกันมาว่า นังคนที่มันทะลึ่งเกิดมาเป็นลูกสาวคนเล็กมันก็ต้องอยู่ปรนนิบัติมารดาผู้สูงส่งอย่างเดี๊ยนไปจนกว่าจะตายไปข้างนึงน่ะเค่อะ แต่ถ้าคุณชายอยากแต่งงานก็ได้นะฮ้า เดี๊ยนไม่ว่า แต่งกับหนูโรเซาร่าผู้ประเสริฐแอนด์แสนดี ลูกสาวคนโตของเดี๊ยนก็ได้เค่อะ

อ่ะ ให้เวลาสามสิบวิ ทายดิ๊ว่าอีตานี่จะทำไง


ติ๊กต่อกๆๆ


เอ่อ มันก็ตอบตกลงฮ่ะ เพราะแต่งแล้วจะได้มาอยู่ใกล้ๆ ติต้าตลอดไป (ไอ้...)

ตอนเรียนวิชาวรรณคดีเบื้องต้นตอนปีหนึ่ง อาจารย์เคยเล่าเรื่องย่อตอนนี้ให้ฟัง ประกอบหัวข้ออะไรก็จำไม่ได้แล้ว สาวน้อยสองร้อยกว่าคนในห้องนั้นต่างร้องขึ้นมาพร้อมๆ กันว่า "ฮ้าาาาาาาาาา!!!!!!!!!!!"

ไม่ฮ้าไม่ฮื้อล่ะ นอกจากไอ้หนุ่มจะแต่งงานกับพี่สาวแล้ว ติต้ายังต้องเตรียมอาหารงานแต่งทั้งหมดเองด้วย เริ่มต้นด้วยการตอนไก่ 200 ตัว เง่อ... และระหว่างที่ควักตูดไก่เหงื่อหยดอยู่นั้น นังแม่ก็เดินผ่านมา ด่าว่า "ทำหน้าหงิกนัก ไม่พอใจเหรออีหนู อยากทำตัวมีปัญหานักใช่ไหม หาๆๆ" โอ๊ย ดีชั้นล่ะเชียร์ให้นังหนูเอาไก่ในมือตบหน้าแม่มันจริงๆ ให้ไก่ตกใจจิกหน้ามันให้พรุนไปเลย มันน่านัก อีปีศาจนี่

(เห็นแล้วใช่ไหมว่าช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณมาก)

นอกจากต้องทำกับข้าวแล้ว ยังต้องทำอย่างหน้าชื่นตาบาน ห้ามเศร้าห้ามร้องไห้อีกด้วย แต่แล้วในการตีแป้งเค้กครั้งสุดท้าย อีแม่กลับขึ้นบ้านไปแต่งตัวเตรียมออกงาน เหลือแต่ติต้ากับแม่ครัวสองคน แม่ครัวก็บอกว่าถ้ามันเจ็บนักก็ร้องออกมาเถอะลูก ติต้าก็เลยร้องไห้จนน้ำตาหยดแหมะๆ ลงไปในแป้งเค้ก

พอถึงตอนตัดเค้กในงาน น้ำตาของติต้าก็ออกฤทธิ์ ทุกคนที่กินเค้กเข้าไปสัมผัสความขมขื่นของเธอได้จนอ้วกแตกอ้วกแตนไปตามๆ กัน... ขอโทษที่ต้องใช้คำนี้ คำอื่นมันแทนกันไม่ได้จริงๆ คนเขียนบรรยายละเอียดละออสะใจมาก โดยเฉพาะนังพี่สาวที่ตัดชุดแต่งงานไว้ซะพิลาศพิไล คนอ่านวางหนังสือ ลุกขึ้นตบมือเต้นไปเต้นมา ฮ่าๆ

เรื่องทั้งหมดนี่แค่จบบทที่สองเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ได้สปอยล์อะไรเลยนะค้าาาาาา ชีวิตบัดซบกลางบ้านไร่ของน้องติต้ายังดำเนินต่อไปอีกนานนนนนน เพราะเรื่องทั้งหมดเล่าจากปากคำหลานสาวของเธอ (หลานยายของนังพี่สาวกับไอ้พูชายคนนั้นแหละ) โน่นเลย มีอะไรบ้าบอคอแตกชวนตื่นตะลึงอื้อหืออื้อหาอีกมาก (โดยมี LMJ นั่งเชียร์ทุกเบรค เอ๊ย ทุกบท)

และที่สุดยอดจริงๆ คือคนเขียนเธอเขียนอย่างมีของพอตัวทีเดียว ไม่ใช่น้ำเน่าดาดๆ ไม่ฟูมฟาย ไม่ไร้เหตุผล ทุกคนมีเหตุมีผลเบื้องหลังการกระทำ (อาจยกเว้นนังพี่สาวคนโต) มีเรื่องชวนให้น่าเห็นใจ (ใช่ รวมทั้งนังแม่ปีศาจนั่นด้วย) แต่ในขณะเดียวกันก็เปี่ยมอารมณ์แบบผู้หญิงๆ โดยเฉพาะ element ที่เป็น magical realism นั่นมันเป็นการระเบิดอารมณ์แบบผู้หญิงแท้ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับโลกา ธรรมชาติ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติใดๆ เลย

หนังสือแบ่งเป็นสิบสองบท มีชื่อตามเดือน เริ่มต้นด้วยส่วนผสมของอาหารที่จะเป็นจานหลักของเดือนนั้น และแทรกส่วนที่เป็นวิธีทำไว้ในเนื้อหาเลย เก๋กู้ดซะไม่เมี้ยะ

ให้ดาวแบบ LMJๆ ที่สี่ดาวครึ่ง ****1/2
ความยากประมาณ 3
แต่ถ้าไม่สนใจศัพท์สเปนแบบเหม่ฮีโกประหลาดๆ นักก็ 2.5

หนังสือเล่มนี้เคยแปลเป็นภาษาไทยแล้วเมื่อ... หลายปีก่อน โอเค สิบกว่าปีก่อน (ก็ได้วะ) ก็บอกแล้วไงว่าหนังมันฮอตฮิต พิมพ์โดยสนพ. ศรีสารา (ในเครือพลอยแกมเพชร) ชื่อเรื่อง รักซ้อน ซ่อนรส ไม่รู้ว่ายังหาได้อยู่อีกหรือไม่ ตัวใครตัวมันเน้อ

 

 


(บทความนี้ตัดมาจาก http://www.thaiwriter.net/blog01/?p=327)

Like Water for Chocolate (1992)
มหัศจรรย์ภาพยนตร์ในแบบอัตถนิยมมายา

โดย หอมรำเพย


ตั้งแต่ภาพยนตร์กำเนิดขึ้นมายาภาพบนหนังล้วนถูกเกสรรค์ให้ภาพยนตร์เป็นเหมือนจริง มากกว่าเสกสรรค์ให้มันกลายเป็นเรื่องโกหก เราจึงแลเห็นเทคนิคต่าง ๆ ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อทำให้ผู้คนเดินเข้าไปในโลกที่ผู้กำกับสร้างขึ้นอย่างเสมือนจริง ดูนั่นสิ “อวตาร” ภาพดาวเพนโดราที่ประกาศว่ามันมีอยู่จริง แม้มันคือโลกจินตนาการก็ตามที

ตรงข้ามกับหนังอัตถนิยมมายาหรือในภาษาฝรั่งเรียกว่า Magical Realism ที่เล่าเรื่องราวเป็นตุเป็นตะ ว่าด้วยเรื่องเล่าเหนือจริงกึ่งตำนาน ในสังคมโลกที่สามเรามักมีตำนานเก่าเล่าผ่านปากผู้เฒ่าของหมู่บ้าน เรื่องพวกนั้นช่างเหลือเชื่อ แต่ก็ยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริงเพราะคนที่เล่าต่อกันมาคือยายทวดของเราเอง

Like Water For Chocolate เป็นภาพยนตร์ในแบบ Magical Realism เรื่องเดียวที่ผมขอบอกว่าดีที่สุดในสกุลหนังแนวนี้ หนังในแนว Magical Realism ต่างจากหนังสกุลอื่น ๆ อย่างเช่น Sureal นั้นก็แยกต่างหาก หนังแบบเซอเรียลอาจจะไม่ได้นำเสนอภาพในแบบตำนานพื้นบ้านมหัศจรรย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนิยายของ Lura Esquival นักเขียนสาวชาวเม็กซิโก และเธอยังเป็นผู้เขียนบทหนังเรื่องนี้เอง จึงไม่แปลกที่นิยายกับหนังจะแนบแน่นเข้ากันได้ ไหลลื่น และไม่ทอดทิ้งเนื้อเรื่องหลักของนิยาย นับว่าผู้กำกับอย่าง Alfonso Arau คิดการไกลที่ให้นักเขียนจัดการเรื่องบทของเขาเอง (ผมไม่แน่ใจว่าทั้งสองเป็นคู่คิดกันหรือเปล่า) แต่นั่นแหละครับจึงทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ตัดบทมหัศจรรย์อันสำคัญทิ้ง แถมภาพของหนังยังเป็นเสาหลักของหนังแนวนี้

ผมชอบฉากมหัศจรรย์มายาในเรื่องนี้ตรงที่มันไม่ได้โอเวอร์เกินจินตนาการ หรือพยายามใช้เทคนิคพิเศษหรูเริ่ดบรรเจิดศิลป์ ทว่าเทคนิคอันเรียบง่ายกลับกินใจได้ความเหลือคณา

Like Water เล่าเรื่องของติต้า ลูกสาวคนสุดท้องของครอบครัว แม่ของเธอตั้งกฎเอาไว้ว่าลูกสาวคนสุดท้องจะแต่งงานออกไปไม่ได้ ถ้าเธอยังไม่ตาย แม่เลยเล่นบทนางมารร้ายกีดกันความรักของนางเอกกับพระเอก-หนุ่มน้อยเปรโดตั้งแต่แรกพบ โครงเรื่องของหนังไม่ได้พิศดารไปจากหนังรักโรแมนติกที่มีแม่ยายเป็นผู้กีดขวางอุปสรรครัก ทว่าแง่มุมการนำเสนอของหนังเป็นสิ่งที่พิเศษ ชาญฉลาด และเต็มไปด้วยความงาม ความเหนือชั้นนี้เองที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างจากหนัง Magical Realism เรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะความจริงใจในการเสนอภาพ ไม่มีการแต่งประดิษฐ์จนดูเป็นความจงใจ หรือดัดจริต อย่างฉากที่พี่สาวคนกลางของติต้าได้กินนกพิราบอบซอสดอกกุหลาบที่ติต้าทำขึ้น เธอเกิดร่านราคะจนร่างกายร้อนฉ่า วิ่งออกไปกลางทุ่งหวังจะใช้น้ำดับความร้อน ทว่ายิ่งดับร้อนกลับทำให้ห้องน้ำกลางทุ่งไหม้มอดด้วยเพลิง และกลิ่นไม้ไหม้อันหอมหวนลอยไปไกลหลายไมล์จนนักปฏิวัติหนุ่มได้กลิ่นควบม้ามายังจุดเกิดเหตุ หญิงสาวในสภาพเปลือยเปล่าถูกนักปฏิวัติหนุ่มฉุดขึ้นหลังม้า ทั้งสองหันหน้าเข้าหากันและควบม้าหายไปในท้องทุ่ง ฉากนี้ช่างงดงามติดตรึง สวยงามเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ซึ่งหนังเรื่องอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้ ทุกช๊อตของซีนนี้เป็นสุดยอดของสุดยอดที่เราคงไม่ได้พบเห็นบ่อย ๆในภาพยนตร์

Laura Esquivel
แล้วที่น่าสนใจอีกประการก็คือนิยายเรื่องนี้ของลอราเกี่ยวพันกับอาหาร ซึ่งส่งต่อด้วยความรู้สึกปรารถนา แล้วในหนังอาหาร ห้องครัว และตัวละครจึงผูกพันกับรสชาติสัมผัสจากปลายลิ้น ความรัก ความสุข ความเศร้า สุขภาพ ถูกส่งผ่านทางอาหาร หนังจึงก่อมิติของอัตถนิยมมายาได้อย่างมีสีสัน

Like Water For Chocolate เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 


(บทความนี้ตัดมาจาก http://www.weareit.net/smf/index.php?topic=1191.0)

 

เมื่อนึกถึงหนังอีโรติก บางคนอาจจะนึกถึง หนังโป๊ หนังเปลือย แต่ Like Water for Chocolate หนัง Mexican เรื่องนี้ ความเป็นอิโรติกหากได้อยู่ที่ฉากร่วมรักหรือฉากเปลือยโป๊ไม่ หากแต่อยู่ที่การได้ลิ้มรสอาหารอันวิเศษ อีกทั้งเรื่องราวของหนังเรื่องนี้มันมีปมและประเด็นที่น่าสนใจเกินกว่าที่ผมจะเรียกมันได้ว่า อิโรติก เรียกว่าเป็นหนังรักดราม่าชั้นดีอีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้

ผลงานของ
Alfonso Arau ถ่ายทอดจากหนังสือขายดี ซึ่งเป็นเรื่องราวของ Tito และ Pedro หญิงสาวและชายหนุ่มที่ได้ตกหลุมรักซึ่งกันและกันมาตั้งแต่ยังเด็กยังเล็ก หากแต่การเป็นลูกคนสุดท้องของ Tito นั้นกลายเป็นพรมแดนกีดกั้นความรักระหว่างทั้งสอง เมื่อประเพณีโบราณของครอบครัวนี้คือการไม่ให้ลูกสาวคนสุดท้องออกเรือนเพื่ออยู่ปรนนิบัติพ่อแม่ไปจนแก่ตาย แต่เพื่อต้องการใกล้ชีดกับหญิงสาวผู้เป็นที่รัก Pedro ตัดสินใจขอแต่งงานกับพี่สาวของ Tito Tito ได้ถ่ายทอดความรักที่มีต่อ Pedro ผ่านอาหารที่เธอทำ เนื่องด้วยการที่ Tito เกิดและใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้องครัว ห้องครัวจึงกลายเป็นที่ปรุงรสแห่งความรัก และความปรารถนา อย่างไรก็ตามการถูกบีบบังคับจากผู้เป็นแม่ทำให้เกิดการกีดกันและการจากพรากในที่สุด ความกลัว ความกล้า ความบ้า ความรั้น คละเคล้าปนเปตามสภาพชีวิตชนบทที่เต็มไปด้วยสภาพสังคมและวัฒนธรรมที่บีบคั้น แต่กระนั้นทั้งคู่ต่างก็ใช้ชีวิตเพื่อรอคอยนาทีแห่งความสมหวัง

หนังย้อนยุคเรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนทางสังคมและการปกครองของอเมริกาใต้ผ่านยุคผ่านสมัยแห่งการรอคอย และการผูกเอาพี่สาวคนกลางของ Tito เข้าไปพัวพันกับการปกครอง (ถึงแม้การหนีตามผู้ชายในหนังเรื่องนี้จะดูมีสัญญะลึกล้ำพิกล) ทำให้การกระจายน้ำหนักของหนังเรื่องนี้ไปสู่ความซับซ้อน ที่มาและที่ไปของเรื่อง และเน้นการนำเสนอภาพของ ความสัมพันธ์ที่ผสมอยู่ในตัณหา ราคะ มากกว่าที่จะนำเสนอแต่ประเด็นหลังล้วน ๆ

 

 


(บทความนี้ตัดมาจาก http://www.faylicity.com/book/tita.html)

    

   "เราทุกคนเกิดมาโดยมีกลักไม้ขีดอยู่ในตัว เราจุดไม้ขีดเองไม่ได้ ... เราต้องอาศัยออกซิเจนกับเทียนเข้าช่วย ในกรณีนี้ ออกซิเจนอาจมาจากลมหายใจของคนที่เรารัก เทียนอาจเป็นอาหาร บทเพลง สัมผัสอ่อนโยน ถ้อยคำ หรือเสียงใดๆ ที่นำมาซึ่งการสันดาปที่จุดไม้ขีดให้ติด และชั่วขณะหนึ่ง เราจะพร่าพรายไปด้วยอารมณ์เข้มข้นรุนแรง ความอบอุ่นอันสุขใจจะแผ่ขยายในตัวเราและจางลงช้าๆ ตามกาลเวลา จนกระทั่งการปะทุครั้งใหม่จะทำให้ความอบอุ่นนี้คืนมาอีกครั้ง ทุกคนต้องค้นสิ่งที่จะจุดการปะทุนี้ให้พบในการดำรงชีวิตอยู่ เพราะการเผาผลาญที่เกิดขึ้นเมื่อไม้ขีดสักก้านถูกจุดติด คือสิ่งหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเรา พูดสั้นๆ ได้ว่าเปลวไฟนี้คืออาหารของจิตวิญญาณ หากเราหาสิ่งที่จุดประทุนี้ไม่พบทันเวลา กลักไม้ขีดไฟจะชื้น และจะไม่มีไม้ขีดจุดติดเลยแม้แต่ก้านเดียว"
Like Wather for Chocolate -Laura Esquivel


เกี่ยวกับผู้เขียน Laura Esquivel นักเขียนบทภาพยนตร์และนักเขียนชาวเม็กซิกัน เธอเคยเป็นครูมาก่อน Like Water for Chocolate คือนวนิยายเล่มแรกของเธอ หนังสือเล่มนี้ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งเธอเขียนบทด้วยตนเอง กับเรื่องอาหารแล้ว เธอเชื่อว่าอาหารเปลี่ยนได้ทุกสิ่ง ตำราอาหารในเรื่องนี้ล้วนแต่มาจากครอบครัวของเธอทั้งสิ้น


 

รางวัล :

Awards:

Nominated for Golden Globe. Another 21 wins & 8 nominations

Ariel Awards, Mexico
Year Result Award Category/Recipient(s)
1992 Won Golden Ariel Alfonso Arau
Silver Ariel Best Actor (Mejor Actuación Masculina)
Mario Iván Martínez
Best Actress (Mejor Actuación Femenina)
Regina Torné
Best Actress in a Minor Role (Mejor Actriz de Cuadro)
Margarita Isabel
Best Cinematography (Mejor Fotografía)
Emmanuel Lubezki
Best Direction (Mejor Dirección)
Alfonso Arau
Best Production Design (Mejor Escenografía)
Gonzalo Ceja
Emilio Mendoza
Ricardo M. Kaplan
Best Screenplay (Mejor Guión Cinematográfico)
Laura Esquivel
Best Set Design (Mejor Ambientación)
Mauricio De Aguinaco
Marco Antonio Arteaga
Carlos Brown
Denise Pizzini
Best Supporting Actress (Mejor Coactuación Femenina)
Claudette Maillé
Nominated Silver Ariel Best Actor in a Minor Role (Mejor Actor de Cuadro)
Joaquín Garrido
Best Actress (Mejor Actuación Femenina)
Lumi Cavazos
Best Editing (Mejor Edición)
Carlos Bolado
Francisco Chiu
Best Supporting Actress (Mejor Coactuación Femenina)
Pilar Aranda
 
BAFTA Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1994 Nominated BAFTA Film Award Best Film not in the English Language
Alfonso Arau
 
Golden Globes, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1993 Nominated Golden Globe Best Foreign Language Film
Mexico
 
Goya Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1993 Nominated Goya Best Spanish Language Foreign Film (Mejor Película Extranjera de Habla Hispana)
Alfonso Arau
Mexico.
 
Gramado Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
1993 Won Audience Award Alfonso Arau
Golden Kikito Best Actress (Melhor Atriz)
Lumi Cavazos
Best Supporting Actress (Melhor Atriz Coadjuvante)
Claudette Maillé
Nominated Golden Kikito Best Latin Film (Melhor Filme)
Alfonso Arau
 
Guadalajara Mexican Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
1992 Won Audience Award Alfonso Arau
 
Independent Spirit Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1994 Nominated Independent Spirit Award Best Foreign Film
Alfonso Arau
Mexico.
 
Kansas City Film Critics Circle Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1994 Won KCFCC Award Best Foreign Film
 
Premios ACE
Year Result Award Category/Recipient(s)
1993 Won Premio ACE Cinema - Best Actor
Mario Iván Martínez
Cinema - Best Director
Alfonso Arau
Tied with Imanol Uribe for The Dumbfounded King (1991).
Cinema - Best Film
 
Sudbury Cinéfest
Year Result Award Category/Recipient(s)
1992 Won Best International Film Alfonso Arau
 
Tokyo International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
1992 Won Best Actress Award Lumi Cavazos
Best Artistic Contribution Award Emmanuel Lubezki (cinematographer)
Steven Bernstein (cinematographer)
 


Plot:


This movie is about how life used to be in Mexico. It is a love story between Pedro and Tita, and why they coudn''t get married because Tita''s mother wanted her oldest daughter to get married first, and have Tita to stay and take care of her. It shows how marriage was imposed on those times, and how a love between two people can change everything. This picture set a new epoch in Mexican movies all over the world. Written by Jose Redon <jredon@mail.internet.com.mx>

In a forgotten Mexico Tita and Pedro fall in love, but are forbidden to marry. Mama Elena sees Tita''s role as her caretaker for life - no youngest daughter has ever married and her daughter will not be the first to break tradition. Tita''s heart breaks when her mother instead offers to Pedro her other daughter, and he accepts. Now they live in the same house, and Mama Elena cannot forbid their love as she did their marriage. Written by Anonymous

Tita and Pedro want to get married, but Tita has to take care of her ageing mother and is not allowed to marry. Pedro ends up marrying Tita''s sister, but lets Tita know he only married her sister to be closer to her. When Tita is forced to make the wedding cake, the guests at the wedding are overcome with sadness... Tita has discovered she can do strange things with her cooking. Written by Colin Tinto <cst@imdb.com>
 


 

 

 

 


เข้าชม : 10682    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originSpanishLatinAfrican: NudeFilms: NotGayFilmsButGayLikeIt: BeautifulPicture: curious: SubtitleEnglish: SubtitleThai: recommend



หนังสเปนและลาตินเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ