[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

Eros (2004)

(บรรยายไทย)


กำกับ:

Michelangelo Antonioni (ตอน"Il filo pericoloso delle cose")
Steven Soderbergh (ตอน "Equilibrium")
Kar Wai Wong (ตอน "The Hand")


เขียบท:

Michelangelo Antonioni story and screenplay (ตอน "Il filo pericoloso delle cose")
Tonino Guerra screenplay (ตอน "Il filo pericoloso delle cose")
Steven Soderbergh screenplay (ตอน "Equilibrium")
Kar Wai Wong screenplay (ตอน "The Hand")


แนว:Erotic,Drama
 

นักแสดง :

Li Gong ... Miss Hua (segment "The Hand")
Chen Chang ... Zhang (segment "The Hand")
Robert Downey Jr. ... Nick Penrose (segment "Equilibrium")
Alan Arkin ... Dr. Pearl / Hal (segment "Equilibrium")
Christopher Buchholz ... Christopher (segment "Il filo pericoloso delle cose")
Regina Nemni ... Cloe (segment "Il filo pericoloso delle cose")
 

เวลา: 104 min
ประเทศ: USA,Italy,Hong Kong


รางวัลที่ได้รับ Awards
Istanbul International Film Festival 2007
-People''s Choice Award International Competition -Bahman Ghobadi
San Sebastián International Film Festival 2006
- Best Cinematography -Nigel Bluck
- FIPRESCI Prize - Bahman Ghobadi

 

หนัง3เรื่องสั้น จาก3ผู้กำกับระดับโลก

 

The Hand
เสี่ยวจ้างหนุ่มบริสุทธิ์ผู้ไม่ประสาในเรื่องเพศ ต้องหวั่นไหวและโหยหาต่อฮัว(กงลี่) โสเภณีชั้นสูงที่มาตัดเสื้อกับเขา เพียงมือสัมผัสของเธอได้ทำให้เขารู้ซึ้งถึงห้วงเสน่หา จนยากจะถอดถอน ความใคร่ที่แทรกด้วยเงาของความรักทำให้ทั้งคู่ผูกพันธ์กัน กระทั่งวันสุดท้ายที่ฮัวทนทุกกับโรคร้าย เสี่ยวจ้างปรากฏกายข้างเธอพร้อมชุดใหม่ที่เขาบรรจงตัดอย่างสุดชีวิต...

Equilibrium
นิค หนุ่มผู้ว้าวุ่นฟุ้งซ่านได้เข้าพบจิตแพทย์เพื่อบำบัดอาการป่วย เขามีปัญหากับคนสำคัญรอบข้างทั้งภรรยาและหัวหน้างาน หรือกระทั่งฝันถึงหญิงอื่น ขณะเล่าอาการในห้องบำบัด ตัวจิตแพทย์เองก็แสดงปฏิกิริยาทางจิตบางอย่างออกมา แท้จริงหญิงในความฝันที่รบกวนจิตใจนิคคือคนใกล้ตัวที่เขาคาดไม่ถึงนั่นเอง!

The Dangerous Thread of Things
ด้วยเรื่องระหองระแหงกันบนเตียงจึงทำให้โคลเอ และสามีต้องแยกกันอยู่ชั่วคราว ฝ่ายสามีนั้นก็ได้ไปมีสัมพันธ์สวาทกับลินดาสาวร้อนแรงและได้ตามกันไปอยู่ปารีส ส่วนโคลเอ เธอไปพักเลียแผลใจที่ชายหาดแห่งหนึ่งและได้พบกับหญิงสาวที่ไร้อาภรณ์ห่มกายแม้เพียงผืน เธอผู้นั้นคือ ลินดา!

 

 

Eros
ในราคะและรักใคร่


พล พะยาบ
คอลัมน์อาทิตย์เธียเตอร์ มติชนรายวัน 21 สิงหาคม 2548
 



*นี่คืองานรวมกันเฉพาะกิจที่ใครต่อใครเฝ้ารอคอยเมื่อรู้ข่าว เมื่อสุดยอดผู้กำกับภาพยนตร์ 3 คน จาก 3 ทวีป มีโอกาสสร้างสรรค์งานภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกัน

Eros เป็นดำริริเริ่มของโปรดิวเซอร์ที่อยากให้ มิเคลันเจโล อันโตนิโอนี ปรมาจารย์หนังชาวอิตาเลียน เจ้าของงานขึ้นหิ้งอย่าง L'' Avventura(1960) L'' Eclisse(1962) และ Blow-up(1966) ซึ่งปัจจุบันอายุกว่า 90 ปี จึงไม่สามารถทำหนังขนาดยาวได้อีก(หนังยาวเรื่องสุดท้ายของเขาคือ Beyond the Clouds ปี 1995 ได้ วิม เวนเดอร์ ช่วยสานต่อจนเสร็จ) มาเล่าถึงเรื่องรัก-ใคร่ในช่วงบั้นปลายชีวิต

อันโตนิโอนีจึงทำหนังสั้นเรื่อง Il filo pericoloso delle cose หรือ The Dangerous Thread of Things ก่อนที่หว่องกาไว และสตีเวน โซเดอร์เบิร์ก จะทำหนังของแต่ละคนเพื่อนำมารวมไว้เป็นเรื่องเดียวกัน

โดยใช้คอนเซ็ปต์และชื่อเรื่องว่า Eros

สำหรับ 2 ผู้กำกับฯที่มาร่วมโปรเจ็คต์นี้คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันมากนัก โดยเฉพาะรายแรกซึ่งมีแฟนหนังระดับสาวกอยู่ทั่วโลก เป็นผู้กำกับฯที่ทุกคนรอคอยผลงานใหม่อย่างใจจดใจจ่อ

ส่วนรายหลังคือเจ้าของงานฮิตอย่าง Erin Brockovich(2000) และ Ocean’s Eleven(2001) เป็นผู้ริเริ่มทำหนังแบบขายตรงโดยนำร่องด้วยเรื่อง Bubble(2006) ทั้งยังเคยทำหนังอาร์ตเรื่อง Sex, Lies, and Videotape(1989) ซึ่งมีแก่นเกี่ยวกับตัณหาราคะใกล้เคียงกับ Eros มาแล้ว

Eros คือเทพแห่งความรักในตำนานกรีก ซึ่งก็คือคิวปิดหรือกามเทพในตำนานโรมันนั่นเอง ในที่นี้ Eros ไม่ได้หมายถึงเทพ แต่หมายถึงเรื่องราวเกี่ยวกับราคะ-รักใคร่ ตามแต่มุมมอง ทัศนคติ และสไตล์ของผู้กำกับฯแต่ละคนที่จะใช้นำเสนอ

เรื่องแรก The Hand ของหว่องกาไว ใช้ฉากฮ่องกงช่วงทศวรรษที่ 60 เกี่ยวกับ คุณนายหัว(กง ลี่)โสเภณีชั้นสูง กับเสี่ยวจาง(จาง เชง) ช่างตัดเสื้อหนุ่มผู้ลุ่มรักลูกค้าสาว เขาถูกคุณนายหัวสะกดให้ติดกับอารมณ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน

ครั้งนั้น เสี่ยวจางนั่งรอเพื่อเข้าพบคุณนายหัว เขาได้ยินเสียงบทรักของหญิงสาวกับชายหนุ่มดังทะลุผนังห้องจนไม่อาจสะกดความรู้สึกไว้ได้

เมื่อได้เข้าพบคุณนายหัว เธอบังคับให้เขาถอดกางเกงแล้วใช้มือลูบไล้ขับไล่อาการกำหนัดให้ จากนั้นเป็นต้นมา หนุ่มช่างตัดเสื้อก็กลายเป็นทาสรักของคุณนายหัว หลายต่อหลายครั้งที่เขาได้ใกล้ชิดเธอ แต่ก็เป็นแค่การวัดสัดส่วนเพื่อนำไปตัดเสื้อผ้าชุดแพงๆ ให้เธอเท่านั้น

เวลาที่เสี่ยวจางไปหา เขามักจะพบเธออยู่กับผู้ชายเสมอ เบื้องหลังผนังห้องและภายใต้เสื้อผ้าอาภรณ์คือพื้นที่ส่วนตัวของคุณนายหัวที่เสี่ยวจางไม่อาจก้าวล่วงเข้าไปได้ดังเช่นผู้ชายคนอื่นๆ

เมื่อวันเวลาดีๆ ของคุณนายหัวหมดลง เงินทองร่อยหรอ ซ้ำยังเป็นโรคร้าย ผู้ชายที่เคยคบหาก็จากไปไม่เหลียวแล มีเพียงเสี่ยวจางเท่านั้นที่ยังอยู่เคียงข้างเธอจนถึงเวลาสุดท้ายของชีวิต

The Hand คืองานที่มีร่องรอยเดียวกับงานยุคหลังอย่าง In The Mood for Love และ 2046 นั่นคือเรื่องราวอารมณ์รักใคร่ของคนหนุ่มสาวฮ่องกงยุค 60 ที่ถูกอดีตหน่วงรั้งไว้จนเกินกว่าหันหลังลาจาก

คอนเซ็ปต์ Eros จึงถือว่าเข้าทางหว่องกาไว...



อาภรณ์อันงดงามจากฝีมืออันประณีตคือสัญลักษณ์แห่งราคะ-รักใคร่ที่เสี่ยวจางมีต่อคุณนายหัว ชุดที่แนบชิดห่อหุ้มร่างกายเสมือนเป็นตัวแทนชายหนุ่มผู้ไม่อาจได้ครอบครองร่างกายหญิงสาว เมื่อได้งานกำกับภาพของขาประจำอย่าง คริสโตเฟอร์ ดอยล์ มาช่วยขับเน้นลายผ้าเลื่อมพรายตรึงสายตาผู้ชม อีกทั้งงานกำกับศิลป์ของวิลเลี่ยม ชาง ขาประจำอีกคนซึ่งโดดเด่นไม่แพ้กัน ยิ่งทำให้ทุกๆ ภาพของหนังสั้นเรื่องนี้งดงามเกินกว่าจะละความสนใจไปได้

ที่สำคัญ ความที่เป็นหนังขนาดสั้นเพียง 40 นาที การนำเสนอเรื่องราวเดียว พล็อตเดียว โดยมีตัวละครหลักแค่ 2 คน ทำให้หว่องน่าจะทำงานง่ายยิ่งขึ้น กระทั่งได้ผลลัพธ์ในระดับที่ดีเยี่ยมเช่นนี้

เรื่องที่ 2 “Equilibrium” ของโซเดอร์เบิร์ก เกี่ยวกับหนุ่มนักโฆษณา นิค เพนโรส(โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) ที่ฝันวาบหวามถึงหญิงสาวแปลกหน้า เขาเล่าให้ ดร.เพิร์ล(อลัน อาร์กิน) จิตแพทย์ฟัง แต่ ดร.เพิร์ลไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าใดนัก เพราะมัวแต่ชะเง้อมองไปนอกหน้าต่าง หยิบกล้องส่องทางไกลมาส่องดู และพับเครื่องบินกระดาษร่อนออกไป

เมื่อนิคตื่นขึ้นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก เขาเห็นภรรยาหน้าตาเหมือนหญิงสาวในฝัน ขณะที่ ดร.เพิร์ล ก็ช่างคล้ายคลึงกับ ฮัล เพื่อนร่วมงานในบริษัทเอเยนซี่โฆษณา

นิคคิดถึงเครื่องบินกระดาษที่ร่อนออกทางหน้าต่าง...เรื่องใดคือความจริง-ความฝันกันแน่

โซเดอร์เบิร์กใช้เทคนิคด้านภาพสร้างความแตกต่างระหว่างความฝัน-ความจริง โดยความฝันถึงหญิงสาว เขาใช้สีโทนน้ำเงิน เปลี่ยนเป็นขาว-ดำ เมื่อนิคอยู่กับจิตแพทย์ และเป็นภาพปกติเมื่ออยู่กับภรรยาและฮัล

หากงานของหว่องกาไว เป็นความรักใคร่ที่ติดค้างในความรู้สึก Equilibrium ของโซเดอร์เบิร์ก ก็คือความรักใคร่ที่คั่งค้างอยู่ในความฝัน โซเดอร์เบิร์กตีความเรื่องรักใคร่ด้วยอารมณ์ขัน ขณะเดียวกันความซับซ้อนของเรื่องราวก็ส่งผลให้ทำความเข้าใจได้ยาก และทำให้หนังแปลกแยกจากเรื่องแรกของหว่อง และเรื่องปิดท้ายของอันโตนิโอนีที่เน้นอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า

สำหรับ The Dangerous Thread of Things ของอันโตนิโอนี เกี่ยวกับคริสโตเฟอร์และโคลอี้ คู่รักซึ่งมาพักผ่อนที่รีสอร์ตหอคอยหินในทัสคานี เขาและเธอทะเลาะกันตลอดเวลาด้วยเรื่องที่จับใจความไม่ได้ การพูดคุยของทั้งสองไม่ใช่คำพูดที่เป็นธรรมชาติ การกระทำของพวกเขาหลายครั้งก็ไร้จุดหมาย

เมื่อโคลอี้บอกคริสโตเฟอร์ว่ามีหญิงสาวเซ็กซี่พักอยู่ที่รีสอร์ตใกล้กัน เขาจึงไปหาและมีเซ็กซ์เร่าร้อนกับเธอ

ฉากสุดท้าย หญิงสาวที่มีเซ็กซ์กับคริสโตเฟอร์เปลือยร่างโลดเต้นอยู่ริมหาดทราย โคลอี้ก็เช่นกัน เธอเปลือยเปล่าหมดจดและเต้นรำอย่างงดงาม ก่อนที่ทั้งสองจะได้มาพบกันในที่สุด

The Dangerous Thread of Things ดัดแปลงจากหนังสือ Quel Bowling sul Tevere ของอันโตนิโอนีเอง เช่นเดียวกับ Beyond the Clouds หนังเรื่องหลังสุดของเขาซึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์บนขอบเขตและเงื่อนไขมากมาย

ใครคุ้นเคยกับงานของผู้กำกับฯอาวุโสท่านนี้คงพอนึกภาพออก เขาทำหนังเป็นเหมือนบทกวีไร้ฉันทลักษณ์ งดงามโดยสัมผัสแต่ยากเข้าถึง เป็นงานนามธรรมที่ยากอธิบายด้วยคำพูด แม้ว่าผู้ชมจะสามารถสัมผัสอารมณ์รักใคร่-ราคะจากงานนี้ได้ก็ตาม

หากเปรียบเทียบกัน 3 เรื่อง 3 รส ภายใต้โจทย์ Eros ซึ่งเป็นรากศัพท์ของคำว่าอีโรติก งานของหว่องกาไวตอบโจทย์ได้ตรงและให้ผู้ชมเสพซับเรื่องราวและอารมณ์ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้น ใครชอบ “หว่องกาไว” ไม่ควรพลาด

แต่หากอยากเห็นงานเซอร์เรียลของโซเดอร์เบิร์ก และหนังอารมณ์กวีของอันโตนิโอนี เพื่อเป็นใบเบิกทางสำหรับเรื่องอื่นๆ ของเขา หนังสั้นใน Eros ถือได้ว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน

จะมองว่าเป็นจุดด้อยก็ตรงที่หนังแต่ละเรื่องไปกันคนละทิศทาง จนเกินกว่าจะรวมไว้ด้วยกัน

 

 



เข้าชม : 22014    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: ArtAndErotic: curious: BlackAndWhite: NotGayFilmsButGayLikeIt: BeautifulPicture: recommend: SubtitleThai: SubtitleEnglish: recommend



หนังสยิ้วกิ้วเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ