[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Tekkon Kinkreet (2006)

(บรรยายไทย)

 

 

 

(บทความนี้ตัดมาจาก

http://amnos-rua.exteen.com/20080309/177-review-tekkon-kinkreet )

 

 

วันนี้ขอพูดถึงหนังเรื่อง Tekkon Kinkreet ค่ะ ^^

หนังที่ตอนได้ข่าวว่านิโนะมี่ ( นิโนมิยะ คาซึนาริ แห่ง อาราชิ ) เป็นคนพากษ์เสียงพระเอก ก็คิดว่าต้องหามาดูให้ได้ เดิมทีเป็นคนชอบดูหนังอิเมชั่นอยู่แล้วด้วย พอได้แผ่นมาเลยรีบดูเลยล่ะค่ะ!! ( นี่ขนาดรีบแล้วนะ =w='''' )

ไม่สปอยจ้ะ

Synopsis ( ฉบับตามใจอิฉัน )

         คุโระ ( ดำ ) และ ชิโระ ( ขาว ) 2 พี่น้องเด็กกำพร้าซึ่งอาศัยอยู่ใน เมืองมหาสมบัติ ( Treasure Town ) เมืองเกาะที่มีแม่น้ำล้อมรอบ ที่เหมือนจะสงบสุข แต่แฝงความแปลกไว้คือ เมืองนี้ตำรวจและยากุซ่านั้นเป็นมิตรกันดี จะพูดให้ถูกก็คือเหมือนรู้จักกันดีและทำสัญญากันว่าจะไม่ก่อความวุ่นวายให้กันมากกว่า คุโระ กับ ชิโระ ก็เป็นเด็กที่เป็นที่รู้จักดีของเหล่ายากุซ่าและตำรวจ ด้วยกิตติศัพท์การไล่ฟาดพวกที่มาขวางทางตนเองอย่างไม่ยั้ง แต่ทั้ง 2 ก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใครเท่าไหร่ แถมยังเป็นเพื่อนที่ดีของเหล่ายากุซ่าในเมืองซะอีก แต่วันคืนที่สนุกสนานของทั้ง 2 ก็เปลี่ยนไป หลังมีนายทุนปริศนาเข้ามาในเมือง และหวังจะเปลี่ยนเมืองนี้ให้กลายเป็นสวนสนุก คุโระ ซึ่งไม่ต้องการความเปลี่ยนแปลงใดๆใน "เมืองของเขา" จึงต้องต่อกรกับเหล่าศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเจอ พร้อมทั้งปกป้องชิโระไปด้วย

 

 

Review ( ฉบับตามใจอิฉันยิ่งกว่าเดิม )

       Tekkon Kinkreet ได้รับการันตีความสุดยอดด้วยรางวัล Japan Academy Award 2007 รางวัลเดียวกับที่เรื่อง Toki wo Kakeru Shoujo เคยได้ ( เราเคยรีวิวหนังเรื่องนี้ไปแล้วด้วยนะ ) แล้วนอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Anima 2008 ที่กรุงบรัซเซล เบลเยี่ยม มาแล้วด้วย

       เรื่องนี้ประเด็นหลักๆ ( ถ้าเราเข้าใจไม่ผิด ) นั้นเล่นกับความเป็น 2 ด้านของใจคนมากๆ เห็นได้ชัดว่าชื่อตัวละครก็เป็นสีดำและสีขาว เหมือนจะสื่อว่าอะไรๆก็มี 2 ด้าน ขึ้นกับว่าด้านไหนในตัวคนๆนั้นจะยิ่งใหญ่มากกว่า จนเอาชนะอีกด้านได้ คุโระ หนึ่งในตัวละครหลักในเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงจิตใจมนุษย์ที่เป็นสีดำสุฤทธิ์ ในขณะที่ชิโระก็แสดงถึงสีขาวสุดฤทธิ์เหมือนกัน ทั้ง 2 จึงสามารถอยู่ด้วยกันได้ เติมเต็มซึงกันและกัน ชิโระยังบอกเลยว่า เขาเป็น "ตะปูเกลียวที่หัวใจของคุโระต้องการ" หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขาดอีกฝ่ายไป เด็กชายทั้งสองก็กลายเป็นเด็กเสียสูญก็เท่านั้น

      อีกประเด็นนึงคือเรื่องการยึดติดกับสิ่งของของตัวเอง ( หรือทึกทักว่าเป็นของตัวเอง ) ค่ะ ในเรื่องเราได้ยินคำว่า "Ore no Machi" ( เมืองของฉัน ) บ่อยมากกกกกกก ทั้งออกจากปากคุโระ และปากนายทุนปริศนาคนนั้น นี่แหละ ประเด็นหลักที่ทำให้ 2 ฝ่ายไล่ฟาดกันแบบนี้ ต่างฝ่ายต่างพูดว่า นี่เป็นเมืองของฉัน ฉันจะทำอย่างนู้นอย่างนี้ จนสุดท้ายก็กลายเป็นพฤติกรรมที่น่ากลัวในที่สุด.....ดูแล้วรู้สึกว่า ความหวงของของมนุษย์นี่มันน่ากลัวจริงๆให้ตายเหอะ = ='''' 

       หนังอาจจะดูเข้าใจยากนิดนึง แต่ถ้าดูแบบไม่คิดอะไรมากเกินไป มันก็ไม่ยากที่จะเข้าใจหรอกค่ะ ^^  อย่างน้อย ภาพของหนังเรื่องนี้ก็ดึงดูดความสนใจได้มากทีเดียว ด้วยอารมณ์การวาดคาร์แรคเตอร์ที่ดิบเถื่อนได้ใจ ฉากที่สมจริงจนน่ากลัว ( แทบอยากจะไปกราบคนวาดฉากจริงๆ ) องค์ประกอบและสีที่ดูเยอะจนเละแต่ไม่เลอะเทอะ ( งงมั้ย =w='''' ) มุมกล้องที่เรียกได้ว่าประหลาด เอียงๆ สั่นนิดๆเป็นบางครั้ง แสดงถึงอารมณ์ตัวละครได้สุดยอดมากค่ะ

 


 

นอกจากนี้ เรายังประทับใจเพลงประกอบด้วยค่ะ Plaid ทำออกมาได้เยี่ยมยอดมาก ดูแล้วบางฉากอินไปด้วยก็เพราะเพลงนี่แหละ แล้วก็ในส่วนของนักพากษ์ นิโนมิยะสุดยอด!!!! แสดงอารมณ์ได้เก่งมากค่ะ แต่คนที่สุดยอดกว่าเมื่อเราได้ดูคือ อาโออิ ยู ค่ะ!!! ( คนพากษ์ชิโระ ) ดูฉากที่ชีตะโกนสุดเสียงแล้วเราขนลุกเลย พากษ์ได้สุดยอด!!! ยิ่งเคยดูหนังที่เธอเล่นแล้วยิ่งตกใจ เพราะเธอดูไม่น่าพากษ์บทแบบนี้ได้....จริงๆนะ =[]=!! ( ใครที่เคยดู Hula Girls อาจจะพอนึกออก เธอเล่นเป็นนางเอกค่ะ!!! )

       พอดูหนังเรื่องนี้จบ อยากจะบอกว่า.....

                 ระวังด้านสีดำของคุณให้ดี มันกล้าทำอะไรมากกว่าที่คุณคิด

 

 

"Anchin, Anchin~"
( มีความสุขจังเลย มิความสุขจังเลย~  )

 

แปะเทรลเลอร์ซักนิดน่อ~

    

อันนี้แบบได้ยินเสียงพากษ์ เผื่อใครอยากได้ยินเสียงนิโนะมี่และช็อตเสียงพากษ์สุดยอดชวนขนลุกของ อาโออิ ยู =w=

 

เป็นอีกเรื่องที่เร็คคอมเมนด์มากๆค่ะ

อ้อ ลืมบอก เรื่องนี้ เรท R นะคะ!!! ไม่ใช่การ์ตูนเด็กนะเอ้อ!!

( ตอนแรกไม่เชื่อแหละ พอดูแล้ว.....เอ้อ......จริงๆด้วย = ='''' )

จบรีวิวมั่วๆไปอีกหนึ่ง~

ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบค่า ^^

 

 


(บทความนี้ตัดมาจาก http://www.dvddiary.com/web/index.php?file=article&name=News&sid=164 )

 

Tekkonkinkreet (2006)

 

เรื่องราวของเด็กชายข้างถนน 2 ในเมือง Treasure City ในนาม nekko (แมว) ชื่อ คุโร (ดำ) และ ชิโร่ (ขาว) เมื่อยากูซ่าเข้ามาแผ่อธิผลในเมืองนี้ คุโร จึงต่อต้านด้วยความรุนแรง จนยากูซ่าทำอะไรไม่ได้ จึบงได้ขอความร่วมมือกัน Mr. Snake ที่มีมือสังหาร 3 คน เพื่อกำจัด คุโร กับ ชิโร่

สตูดิโอ Studio 4°C ก่อตั้งโดย Eiko Tanaka ลูกหม้อจาก Studio Ghibli สร้างงานออกมาในแนวคล้ายๆ ทางอเมริกา ตัวละครไม่คำนึงถึงสัดส่วน แถมยังได้ผู้กำกับ Michael Arias ซึ่งเป็นคนอเมริกัน จึงถือว่าเป็น anime เรื่องแรก ที่มีชาวต่างชาติทำงานในตำแหน่งสำคัญนี้

เริ่มต้นหนังจากฉากคำพูดสั้นๆ (ที่ไม่เข้าใจเลยสักนิด) เปิดเผยเด็กชาย 2 คน ที่ดูแล้วน่าเกลียด น่ากลัว แล้วก็ต้องตกตะลึงกับฉาก 3D CG animation ที่สวยงามสุยอด การเล่นมุมกล้อง ฉากที่เต็มไปด้วยรายละเอียด แต่หากตัดกันกับตัวละครที่เป็น 2D และไม่คำนึงสัดส่วนเท่าไหร่ รายละเอียดในแต่ฉาก ไม่เป็นรอง Ghibli เลยสักนิด เก็บรายละเอียดได้ดี รวมทั้งการจัดวางมุมกล้องด้วย
 




 

คุโร่ (ดำ) พี่ใหญ่ ที่มักจะทำตัวปกป้อง ชิโร่ (ขาว) อยู่เสมอ เก่งกาจ ดูยั่งกะมีพลังพิเศษ แต่ว่า ในเรื่องไม่ได้อธิบายเรื่องการพลังนี้ไว้เลย อย่างเช่น การกระโดดขึ้นตึก 2-3 ชั้นได้สบายๆ หาชีพด้วยการล้วงกระเป๋า

 


 

ชิโร่ (ขาว) น้องเล็ก ที่ดูล่องลายไปกับความฝันถึงทะเล และชอบพูดอะไรเพี้ยน อายุ 11 ขวบ ไม่เห็นว่าต่อสู้เก่ง แต่ว่า ก็สามารถกระโดดได้สูงกว่าคนปกติ มักชอบสวมหมวกรูปสัตว์

 


 

ที่อยู่อาศัยของ ดำ-ขาว เป็นรถเก่าๆ ที่ถูกทิ้งไว้ใต้สะพาน โอ้สวยงามแทบทุกฉาก

 


 

ยากูซ่าที่บุกเข้ามาในถิ่น



 

ชิโร่บุกเข้าไปหายากูซ่า ฉากนี้ดูรุนแรงฉากแรกๆ หลักจากนั้นก็มีมาอีก ดังนั้นไม่เหมาะสำหรับเด็ก ที่จริงแล้วเด็กดูจะรู้เรื่องไหนนะ

 


 

ฉากรวบรวมกับศิลปะหลายๆ ประเทศ จีน ญี่ปุ่น ฮินดู อิสลาม บาหลี และไทยด้วย (มวยไทย)

เนื้อเรื่องไม่สามารถบอกอะไรได้ เพราะดูไม่ค่อยเข้าใจ ไม่ค่อยอธิบายเรื่องราว แต่หากการผูกเรื่องราวของแก็งค์ยากูซ่า การหักหลัง แย่งชิงผลประโยชน์ ถือว่าเป็นเนื้อเรื่องประกอบที่ใช้ได้ หมดปัญญาจะให้ดาว เพราะความรู้ต่ำ ดูแล้วไม่เข้าใจ สิ่งที่ตัวหนังพยายามจะสื่อ ที่จริงแล้ว ก็พอจะเดาได้ แต่ไม่มีความมั่นใจสักนิด ฉากแอ๊กชั่น ทำได้เห็นถึงความรุนแรง ฉากแทรกมีฉากระบำโป๊ (แต่ไม่เห็นอะไรนะ ถึงเห็นก็เท่านั้น เพราะวาดสัดส่วนดูแล้ว ก็น่าจะปลงแทน) ถ้าใครดูแล้วเข้าใจ มาอธิบายให้ฟังทีว่า แก่นของเรื่องคืออะไร


รางวัล
Awards:3 wins & 1 nomination

 

Awards of the Japanese Academy
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Award of the Japanese Academy Best Animation Film
 
Mainichi Film Concours
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Ofuji Noburo Award  
 
Motion Picture Sound Editors, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Nominated Golden Reel Award Best Sound Editing - SFX, Foley, Dialogue & ADR for Feature Film Animation
Mitch Osias (sound design)
Masahiko Kubo (foley artist)
Matt Naiman (foley artist)
Tsutomo Asakura (supervising dialogue editor)
Axel Ericson (sound effects editor)
Michael Dillenberger (sound effects editor)
 
Sitges - Catalonian International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Best Animated Feature Film - Special Mention Michael Arias
 
 

In Treasure Town, life can be both peaceful and violent. This is never truer than for our heroes, Black and White - two street kids who claim to traverse the urban city as if it were their own. But in this town, an undercurrent of evil exists and has its sights set on the pair of brothers, forcing them to engage in battle with an array of old-world Yakuza as well as dangerous assassins vying to rule the decaying metropolis, Treasure Town.


 

 

 

 


เข้าชม : 21628    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: Animation: AbusedKid: curious: NotGayFilmsButGayLikeIt: NudeFilms: SubtitleEnglish: SubtitleThai: violent: recommend



หนังการ์ตูนเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ