[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

The Forsaken Land

(La terre abandonnée) (2005)

(บรรยายไทย โดย นายป๋อง)

 

Directer:Vimukthi Jayasundara  Producer:Philippe Avril , Francisco Villa-Lobos

Writter:Vimukthi Jayasundara  Music:Nadeeka Guruge   Cinematography:Channa Deshapriya
Editor:Gisèle Rapp-Meichler   Running time:108 min  Country:France, Sri Lanka  Language:Sinhala Genre:Drama   
Subtitle: English/ไทย
Starring:Kaushalaya Fernando ... Soma, Nilupili Jayawardena ... Lata,
Hemasiri Liyanage ... Piyasiri, Saumya Liyanage ... Palitha, Pumudika Sapurni Peiris ... Batti,
Mahendra Perera



    The Forsaken Land  (2005) หรือ La terre abandonnée เป็นหนังดีมากๆจากศรีลังกา  เจ้าของรางวัล ถ่ายภาพยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเมืองคานน์ ปี 2005

 

    ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ VIMUKTHI JAYASUNDARA ผู้กำกับชาวศรีลังกา ที่คว้ารางวัล CAMERA d'' OR จากมือของอับบาส เคียรอสตรามีในเทศกาลหนังเมืองคานส์ (ได้ร่วมกันในปีเดียวกับ มิแรนด้า จูลาย) ได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมเมื่อครั้งหนังมาฉายในเทศกาลWORLD FILM เมื่อสองปีที่แล้ว แต่น่าเสียดายที่หนังเรื่องนี้กลับประสบปัญหาอย่างยิ่งในบ้านเกิด (กระทั่งตอนมาฉายในบ้านเรา เขาก็โดนคนศรีลังกาที่มาดูต่อว่า) เมื่อนักวิจารณ์และรัฐเห็นพ้องต้องกันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ นำเสนอศรีลังกาในด้านลบ

 

    เรื่องราวของครอบครัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านกันดารบริเวณชายแดนของประเทศ ซึ่งในสังคมที่เพศหญิงต้องมีสินสอดไปขอฝ่ายชายแต่งงาน และผู้หญิงคนใดไม่ได้แต่งงานก็ดูไร้ค่า ผ่านมุมมองของเด็กน้อยที่คิดว่าตัวเองจะไม่โต และป้าสาวแก่ที่อยากเป็นครูแล้วออกไปจากเมืองนี้ และ น้องสะใภ้เซ็กส์จัด DVDแผ่นนี้มีบรรยายไทยด้วยครับ โดยนายป๋อง

 

รางวัล

 

Cannes Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2005 Won Golden Camera
Vimukthi Jayasundara

 
 
Cinefan - Festival of Asian and Arab Cinema
Year Result Award Category/Recipient(s)
2005 Won Asian and Arab Competition Special Jury Award
Vimukthi Jayasundara
For the soundtrack.
 
 

 

 


 

(บทความนี้ตัดมาจาก http://filmsick.exteen.com/20081224/the-forsaken-land-vimukthi-jayasundara-2005)

(บทความนี้มีการเปิดเผยเรื่องราวเนื้อหาของหนัง (Spoil) แนะนำให้ดูหนังก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านบทความนี้เพื่ออรรถรสในการชมหนังครับ)

 

THE FORSAKEN LAND (VIMUKTHI JAYASUNDARA/2005)

แผ่นดินต้องห้าม

โดย ...filmsick


สถานที่นั้นประหนึ่งตั้งอยู่ตรงปลายขอบโลก มันมีบ้านหนึ่งหลังที่จมอยู่ใต้เนิน ส้วมหลังหนึ่งโดเด่นป็นสง่าอยู่นเนินเคียงคู่กับต้นไม้ไร้กิ่งใบชี้โด่เด่ ทัศนียภาพนั้นหรือคือทุ่งหญ้าสลับไปกับพื้นทราย ไกลออกไปเป็นป่ารกทึบของต้นไม้ที่ตายแล้ว กิ่งก้านยืดยาวเหยียดยืดห่มคลุมเสียจนรกชัฏ ป่าตายซาก หนองน้ำ ทุ่งหญ้า ถนนลูกรัง ทั้งหมดกองสุมรวมกันเป็นทัศนียภาพพิลึกชวนขนลุก ในความมืดของทุ่งหญ้า ชายหนุ่มถือปืนเดินตรวจการณ์มองหาอะไรสักอย่าง มือลึกลับแช่ค้างแข็งอยู่กลางหนอ และหญิงผู้หนึ่งตื่นขึ้นในบ้านหล่อนล้างเนื้อล้างตัว ด้วยน้ำในถังที่ตั้งตรงปากประตู เดินขึ้นเนินไปส้วม หยุดยืนมองรถถังมหึมาแล่นไปมาอย่างไร้จุดหมายบนทุ่งหญ้า ชายหนุ่มตื่นขึ้นข้างภรรยาสาวที่กำลังหลับไหล เขาคือ SOMA ยามรักษาการณ์ที่ทำหน้าที่เฝ้ายามดินแดนห่างไกลนี้ ที่ที่มีค่ายทหารอยู่ไม่ไกลนัก รับกะเช้าสลับกับกะดึกชายแก่ท่าทางเพี้ยนที่ชอบเปลือยกายลงเล่นน้ำตอนกลางคืน นอนอยู่ใต้ต้นไม้มากกว่าอยู่บ้าน เขาทั้งสองถูกสั่งให้เฝ้าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้จักตรงปลายขอบโลก LATA ภรรยาของSOMA ยังสาวสด หล่อนตื่นทีหลัง วักน้ำล้างตัวเปลือยอก แอบมองบรรดารถทหารจากที่ไกลๆ บ้างครั้งหล่อนเข้าป่าไปนัดพบทหารหนุ่มลับหลังSOMA ในบ้านนั้นนอกจากสองผัวเมียยังมีพี่สาวของSOMA สาวแก่ที่ถูกน้องสะใภ้ถากถางไม่ว่างเว้น เธอกำลังพยายามหางานเป็นครูในเมืองเพื่อที่จะไปจากที่นี่ ไปจากดินแดนต้องห้ามปลายขอบโลก แม้เธอจะรักน้องชายเธอมากขนาดซักกางเกงในให้เขาก็ตาม และยังมี BATTI เด็กหญิงตัวน้อยที่สนิทสนมกับพี่สาวของSOMA เด็กน้อยชอบมาที่บ้าน บางครั้งเธอเข้าไปเดินเล่นในป่า เจอกับตาเฒ่าเพี้ยนๆและแอบเห็นหนุ่มกับสาวท้องแก่มากุ๊กกิ๊กกัน
 


 

ทั้งหมดคือภาพชีวิตอันเลื่อนไหลไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความมืดดำของดินแดนปลายขอบโลก ผู้คนในหนังพากันจมลงในปลักตมบางประการ บ้างก็ของอดีต บ้างก็ของปัจจุบันขณะ บ้างก็ของอนาคตที่ไม่เคยมาถึง SOMA กับครอบครัวของเขา เด็กน้อย BATTI และชายเฒ่า ท่ามกลางเสียงของสงครามที่ในวินาทีหนึ่งมัอยู่เหมือนคนละด้านของโลก แต่ในอีกวินาทีหนึ่งมันได้คืเคลื่อนมาแว้งกัดทำร้ายเราโดยไม่คาดคิด


ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ VIMUKTHI JAYASUNDARA ผู้กำกับชาวศรีลังกา ที่เคยคว้ารางวัล CAMERA d'' OR จากมือของอับบาส เคียรอสตรามีในเทศกาลหนังเมืองคานส์ (ได้ร่วมกันในปีเดียวกับ มิแรนด้า จูลาย) ได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมเมื่อครั้งหนังมาฉายในเทศกาลWORLD FILM เมื่อสองปีที่แล้ว แต่น่าเสียดายที่หนังเรื่องนี้กลับประสบปัญหาอย่างยิ่งในบ้านเกิด (กระทั่งตอนมาฉายในบ้านเรา เขาก็โดนคนศรีลังกาที่มาดูต่อว่า) เมื่อนักวิจารณ์และรัฐเห็นพ้องต้องกันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ นำเสนอศรีลังกาในด้านลบ หนำซ้ำยังมีแนวโน้มสนับสนุนฝั่งกบฏทมิฬที่เป็นหอกข้างแคร่ของรัฐบาลศรีลังกามาตลอด โรงหนังหลายโรงถอดโปรแกรมออกหลังจากฉายไปได้ไม่กี่วันทำให้ผู้กำกับตัดสินใจถอดหนังออกจากโรงฉายทั้งหมดด้วยตนเอง



แต่ไม่ว่าหนังจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือไม่ THE FORSAKEN LAND ก็เปล่งประกายอันมืดหม่นของมันอย่างยิ่ง ตัวหนังนั้นแทบไม่คืบเคลื่อนไปไหน ราวกับเป็นขบวนอันต่อเนื่องของภาพเคลื่อนไหวซึ่งจับจ้องมองชีวิตของเหล่าตัวละครจากระยะไกล เหตุการณ์ในหนังไม่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง เป็นเพียงชุดของเหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องกันไป เหล่าตัวละครสามัญต่างก็ผเชิญหน้ากับปัญหาเฉพาะตน SOMA ยามเฝ้าแผ่นดินถูกเหล่าทหารลากขึ้นรถ แล้วจับเขาแก้ผ้าเปลือยเปล่าโยนเขาลงในน้ำและทิ้งไว้อย่างนั้น เขาถูกสั่งให้เดินเฝ้าอะไรสักอย่างที่เขาไม่รู้ว่าคืออะไร วันดีคืนดีเขาถูกลากจากเตียงไปในตอนกลางคืนเพื่อฆ่าใครสักคนในความมืด ในขณะที่ภรรยาของเขาก็จมอยู่กับการเฝ้าฝันถึงชีวิตที่ดีขึ้น เธอแต่งตัวสวยออกไปเดินชายป่า แอบมองคนร่วมรักกัน และลักลอบเล่นชู้กับเพื่อนของสามี ขณะที่พี่สาวของเขาจมอยู่ในกรอบของจารีต นางคือสาวแก่ที่โดนน้องสะใภ้กระแนะกระแหน นางข่มกลั้นทุกปรารถนาของตัวเองเอาไว้ ยามเมื่อถูฏลวนลามบนรถเมล์ ก็เก็บกามกำหนัดนั้นไว้ ทำได้เพียงนอนชั้นเข่าให้สายลมลอดไล้ (เช่นเดียวกับน้องสะใภ้ที่หลังจากเกิดเหตุบังเอิญให้ชู้รักหนุ่มไม่สามารถมาหาเธอได้ เธอจัดการเปิดประตูบ้านทุกบ้านแล้วนอนลงบนเตียง ชายเฒ่ายามกะดึกจมอยู่ในความหลังส่วนตัวเกี่ยวกับภรรยาแคระของเขา เจาตั้งหน้าตั้งตาเล่าเรื่องโศกนาฏกรรมชวนขวัญเสียเกี่ยวกับแม่นกน้อย ให้เด็หญิงฟังเรื่องเล่ารันทดเกี่ยวกับหญิงคนแคระที่หอบข้าวสารกอบสุดท้ายออกจากบ้านเร่ร่อนเพื่อหาใครสักคนมาเป็นสามี หล่อนเดินทางจากหมู่บ้านสู่หมู่บ้าน ก่อนจะพบกับชาวนาคนค่อม ควาไม่รู้และประวัติศาสตร์ห่งควาโกรธแค้นส่วนบุคคลนำพาเรื่องทั้งหมดให้กลายนโศกนาฏกรรมอันลึกลับมืดดำ ส่วนเด็กหญิงBATTIที่เฝ้าสงสัยเรื่องการเจริญพันธุ์ของตน หลังจากแอบพบเห็นการร่วมรักในป่าโดยบังเอิญ ยิ่งในเวลาต่อมาเด็กน้อยหลุดเข้าไปในบ้านร้างที่มีภาพทะลึ่งตึงตังร่างเปลือยของผู้หญิงเอาไว้ นั่นก็ยิ่งทำให้หล่อนฉงนฉงายมากขึ้น ยิ่งเมื่อสำทับกับนิทานแม่นกน้อยที่ไม่ยอมโตมันทำให้การเจริญวัยกลายเป็นความลึกลับที่ชวนขนหัวลุก
 


 

ภาพร่างทั้งหมดทั้งมวลซ้อนทับกันภายใต้ทัศนียภาพอันประหลาดพิลึกตัวละครหลักทั้งหมดทั้งมวลดิ้นรนอย่างสิ้นหวังภายใต้กรอบสองสามชั้นที่ล้อมรอบพวกเขาไว้ เริ่มจากกรอบของการสงครามที่ดูเหมือนในหนังถูกนำเสนออย่างไร้สาระผ่านทางฉาก รถบรรทุกสองคันนประจันหน้ากันถอยหลบกันไปมา หรือการให้ทหารเอาแต่ร้องรำทำเพลง ไปจนถึงการที่จู่ๆรถถังก้ฮอกมาวิ่งเล่นไปมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือในระดับที่เลวร้ายกว่า อย่างการหลอกล่อประชาชนไปเป็นเครื่องเล่น และเลวร้ายขั้นสุดยอด เมื่อทหารเรียกSOMA มากลางดึก เพื่อให้มาฆ่าคนที่เขาไม่รู้จัก (ไม่รู้ว่าเป็นใคร) เอาเข้าจริงคนที่เรา(SOMA)ฆ่าอาจะเป็นเพื่อนของเรานั่นเอง คราบเลือดที่ตามหลอกหลอนเขาในรุ่งเช้ากลายเป็นตราบาปติดตัวไปชั่วนิรันดร์

ในกรอบถัดออกมาจารีตประเพณีที่ไม่ได้ปรากฏตัวอย่างชัดเจ กลับเป็นสิ่งซึ่งห่มคลุมความสัมพันธ์ของตัวละครอย่างแน่นหนา เรื่องเล่าของ ‘แม่นกน้อย''คือตัวอย่างทางจารีตอันโหดเหี้ยม ที่ถูกนำมาเล่าสืบต่อไม่รู้จบ ปลูกฝังลงในหัวของเด็กน้อยBATTIขณะเดียวกันมันผลิดอกออกผลในตัวพี่สาวของSOMA ซึ่งเราอาอจกล่าวได้ว่านางคือหญิงผูยึดจารีตอย่างถึงที่สุด นางอกตรมขมไหม้ตลอดเวลารู้สึกสำนึกบาป ที่เป็นหญิงไร้ผัว (ในทางหนึ่งหนังเปรียบเทียบเธอกับแม่นกน้อย) ยิ่งเมื่อเธอพยายามจะทำทุกอย่างให้เป็นไปตามขนบ พยายามจะย้ายออกจากบ้านของน้องชาย พยายามจะเป็นครู พยายามจะเก็บกดอารมณ์ดำกฤษณาของตนไว้ พยายามจะสอนสิ่งดีงามให้ BATTI (ฉากหนึ่งในหนังBATTI เดินเข้าไปในบ้านร้าง แลเห็นภาพสาวเปลือย แล้วพยายามจะกิน สีที่หกบนพื้น(ในทางหนึ่งมันดูคล้ายน้ำรักมากๆ) จนเธอมาห้ามไว้ แต่สุดท้ายชีวิตเธอก็จบลงในรูปแบบเดียวกันกับโศกนาฏกรรมของแม่นกน้อย



พี่สาวของSOMA ซื้อวิทยุมาให้แต่มันรับคลื่นไม่ได้จนฉากสุดท้ายของหนังในฉากสุดท้าย LATA เป็นคนเดียวที่หาคลื่นวิทยุเจอ หล่อนผู้ละทิ้งจารีต (หล่อนเห็นว่าพี่สาวของSOMA เห็นหล่อนเริงรักกับชายชู้ (ที่เป็นทหาร)ในบ้าน มีแต่หล่อนที่กำชัยชนะ ยิ่งเมื่อคิดว่าหล่อนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับทหาร(การสงคราม) จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่หล่อนจะเป็นคนที่หาคลื่นเจอแถมคลื่นที่หล่อนรับได้ไม่ใช่อะไรนอกจากข่าวการหายตัวไปของผู้คน (ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นคนที่ถูกสามีของหล่อนทุบตายเมื่อคืน)

หากกรอบที่ใหญ่ที่สุดซึ่งครอบทุกคนไว้คือวัฏสงสารอันวนเวียนไม่รู้จบ เรื่องเล่าของแม่นกน้อย ไม่ได้จบตรงนั้น มันวนกลับมาเกิดใหม่ในรูปแบบอื่นเมื่อเทียบเคียงกับชีวิตของพี่สาวของSOMA การเกิดและตายในหนังคือวงจรอุบาทว์ที่อยู่ใกล้ชิดกันอย่างรุนแรง ในฉากต้น BATTI และ LATA แอบเห็นชายหนุ่มร่วมรักกับหญิงท้องแก่ สัญฯของกำหนัดและกำเนิดชิดใกล้กัน การณ์ต่อมา BATTI(ผู้ซึ่งเป็นเด็กคนเดียวในเรื่อง จึงหมายความว่าเธอถือครองภาวะการเจริญเติบโตได้) ถามเรื่องการโตเป็นผู้ใหญ่กับพี่สาวของSOMA เธอกำลังได้รับคำอธิบายว่าเธอจะโตขึ้นเป็นสาวไม่เป็นคนแคระเหมือนแม่นกน้อย ภาพตัดกระชากไปหาฉกการแบกศพกลางฝนในบัดดล และยิ่งโหดเหี้ยมมากขึ้นเพราะศพนั้นคือศพของหญิงท้องแก่ ความตายเดินทางมาถึงก่อนการกำเนิด ที่แท้มันผูกอยู่ด้วยกันเป็นห่วงโซ่ วนเวียนไม่รู้จบเช่นเดียวกับนาฏกรรมของแม่นกน้อย

หากเป็นเช่นนั้นเราอาจบอกในอีกทางหนึ่งได้ว่า ตัวละครเหล่านั้นคือผู้ติดบ่วงเปนตัวแทนของมนุษย์สามัญ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า แผ่นดินต้องห้าม กลางทัศนียภาพไม่ใช่อื่นใดนอกจากโลกของเรา ยิงตัวละครถูกตัดขาดจากโลกภายนอก การดิ้นรนของตัวละครจึงไม่ต่างอะไรกับการเวียนว่ายไม่รู้จบในวัฏสงสารนั้นเอง
 


 

Some films offer up their mysteries openly; others, like the quietly affecting Sri Lankan film "The Forsaken Land," keep their secrets close, revealing them gradually shot by shot, scene by scene. Directed and written by the young Sri Lankan filmmaker Vimukthi Jayasundara, this fine first feature takes place on a desolate stretch of wind-swept coast far from the big city and much of anything else that might evoke the modern world. Here, amid the swaying palms and an occasional pool of blood, men and women drift through life as if they were ghosts, casualties of a civil war that hangs over them like a curse.

Among these walking, if rather taciturn, wounded is a serviceman, Anura (Mahendra Perera), who, when not patrolling the nation''s home front, is pointedly ignoring the tension crackling at his own house between his wife, Lata (Nilupili Jayawardena), and sister, Soma (Kaushalya Fernando). The women in turn do their best to ignore each other while seeking companionship elsewhere: the wife, a restless, succulent beauty who wouldn''t be out of place in a Tennessee Williams play, retreats into another man''s arms, while her sister-in-law keeps tabs on a young neighborhood girl, Batti (Pumidika Sapurni Peiris), for whom life is an obstacle course marked by poison and grasping old men. Here, when a child asks if she will live to see adulthood the question seems tragically reasonable.

Mr. Jayasundara studied film in France and has probably watched his share of classic European art cinema. Although his influences may originate closer to home (in interviews he has name dropped the venerated Sri Lankan auteur Lester James Peries), his use of landscape to convey states of mind suggests that he has more than a passing acquaintance with the work of Michelangelo Antonioni. Like Mr. Antonioni, who once dyed grass in one of his films to underscore "the sense of desolation, of death," Mr. Jayasundara uses color both to create an enveloping mood and to underscore the medium''s plasticity. Given that Sri Lanka''s horrific history could easily overwhelm even the boldest aesthetic voice, this expressionistic gambit seems as smart as it may be necessary.

Although this highly stylized approach sometimes verges on the decorative or perhaps just youthfully self-conscious, it generally works to the filmmaker''s advantage. An image of bullet casings shifting in the sand and shots of a military tank creaking through the tall grass like some otherworldly creature, both of which the filmmaker shoots in dusky light, create a sense of menace that never disappears even in the full light of day. Given that this is a world in which a man can be roused from his sleep and ordered by a military officer to beat a stranger to pulp, it''s no wonder.

Still, while there''s death in the air there is also plenty of heat. Eros and Thanatos keep company in "The Forsaken Land," which is filled with the kind of frantic coupling that alternately suggests a doomsday scenario or a passionate affirmation of life. Its hard to know which the filmmaker means, perhaps both, though its nice to imagine that what looks like a drowning hand in this case may actually be waving with wild abandon. One way or another, even the possibility of pleasure invests this melancholic story with a glimmer of hope, a glimmer that lingers despite its grim denouement and even despite the unsettling objections of those Sri Lankan military officials who designated the film propaganda for the Tamil Tigers.

 

 


เข้าชม : 20325    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originArabMuslimIndianIsrael: NudeFilms: AbusedKid: SubtitleThai: SubtitleEnglish: BeautifulPicture: curious: ComingOfAge: recommend



หนังอาหรับ อิสลามและอินเดียเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ