[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Fox and His Friends (1974 )

(บรรยายอังกฤษ)

 

Directer:Rainer Werner Fassbinder   Producer:Christian Hohoff (Tango Film)  

Writter:Rainer Werner Fassbinder, Christian Hohoff   Music:Peer Raben   Cinematography:Michael Ballhaus  Editor:Thea Eymèsz   Running time:123 min.   Country:Germany  Language:German  Genre: drama  Subtitle: English
Starring Rainer Werner Fassbinder, Peter Chatel, Karlheinz Böhm, Kurt Raab,

El Hedi ben Salem
 


(บทความนี้ตัดตอนมาจาก http://filmsick.exteen.com/20051221/fox-and-his-friend )

 FOX AND HIS FRIEND เรื่องรักในโลกลวง
by filmsick

เขาชื่อ ฟราน บีเบอร์คอฟท์แต่ใครก็เรียกเขาว่าฟอกซ์
ฟอกซ์ทำงานในคณะละครสัตว์ที่มีโชว์วับๆแวมๆ
เขาเป็นเพียงคนหนุ่มชนชั้นแรงงานจนๆที่เสพติดการซื้อลอตเตอรี่
และเป็นรักร่วมเพศ
แฟนหนุ่มของเขาถูกจับกลางคณะละครสัตว์ เขาโดนไล่ออกและไม่มีเงินติดตัวแม้แต่เก๊เดียว
เมื่อไปขอความช่วยเหลือจากพี่สาว เธอก็จนพอๆกับเขา และมีแค่เหล้าเป็นเพื่อน
เขาจึงไปยืนอยู่หน้าห้องน้ำสาธารณะ และที่นั่นเขาได้พบลุงแมกซ์
ชายวัยกลางคนหน้าตาดีแต่งตัวสะอาดสะอ้านหรูระยับแบบผู้มีอันจะกิน
หลังจากเอาเถิดเจ้าล่อกันอยู่พักหนึ่ง ฟอกซ์ก็ขึ้นรถของเขาไป
ฟอกซ์ขอยืมเงินลุงแมกซ์ไปซื้อลอตเตอรี่ แต่ไม่สำเร็จ เขาจึงไปหลอกเอาจากเกย์หนุ่มอ้วนเจ้าของร้านดอกไม้ข้างทาง
ไม่คาดคิดเขากลับถูกลอตเตอรี่ที่ซื้อในนาทีสุดท้าย
เพียงชั่วข้ามคืนเขากลายจากไอ้หนุ่มขายตัวหน้าห้องน้ำสาธารณะ ไปเป็นคนมีเงิน 5แสน มาร์ค
และเงินนั้นนำพาเขาเข้าไปในโลกของชนชั้นกลางผู้มีรสนิยมหรูวิไล
เขาได้พบกับ ยอร์เก้น ในงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ของลุงแมกซ์
ยอร์เก้นเป็นคนหนุ่มสำรวยที่มีแฟนหนุ่มอยู่แล้ว และหนแรกเขาแสดงท่าทีเหยียดหยามฟอกซ์ด้วยซ้ำ
จนเมื่อเขารู้ว่านี่คือเจ้าของเงิน 5แสนมาร์ค ทุกอย่างก็กลับหน้ามือเป็นหลังมือ
ลงเอยกันบนเตียงในห้องของยอร์เก้น
ฟอกซ์คิดว่าชีวิตเขากำลังดีขึ้นเรื่อยๆ เขามีเงิน มีคนรักที่หรูหราและเจ้าระเบียบ มีการงาน มีการลงทุน มีอพาร์ทเมนท์ใหม่ที่ตกแต่งอย่างทันสมัย
แต่นั่นไม่แน่นักว่ามันเป็นความจริง หรือที่แท้เป็นแค่ภาพลวงตาของการถูกหลอกใช้
เงินนำพา-ความเป็นอยู่ที่ดี-มาจริงกระนั้นหรือ หรือเขาก็เพียงแค่ไอ้ตัวตลกมีตังค์ที่เพริดไปในโลกโหดเหี้ยมโดยคิดว่ามีเงินทองเป็นอาวุธเท่านั้น

...........................................................................

นี่คือหนึ่งในบรรดาผลงานชิ้นเอก(ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก) ในชีวิตการทำงานอันสั้น (แต่มากผลงาน)ของ Reiner Werner Fassbinder หนึ่งในผู้กำกับที่โลกไม่ลืม โดยในหนังเรื่องนี้นอกจากเขาจะเขียนบท และกำกับแล้ว นี่ยังเป็นหนังเพียงเรื่องเดียวที่เขากระโดดลงมารับบทนำ (โดยทั่วไป ฟาสบินเดอร์ ชอบเล่นหนังตัวเอง แต่มักปรากฏในฐานะตัวประกอบมากกว่าตัวนำ ) ตัวหนังนั้นดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของ Armin Meier ซึ่งเป็นคนรักของฟาสบินเดอร์ในขณะนั้น หนังจึงถือได้ว่ามีความเป็นส่วนตัวสูง หนำซ้ำนี่ยังเป็นหนังเรื่องแรกๆที่พูดถึงโลกของเกย์อย่างเปิดเผย และมองความสัมพันธ์ของรักร่วมเพศว่าไม่ได้ต่างความสัมพันธ์ชาย หญิง แต่อย่างใด และยังคงเต็มไปด้วยลีลาของฟาสบินเดอร์ในการหยิบจับเอาชีวิตเล็กๆของปัจเจกบุคคล (ซึ่งโดยมากเป็นคนชนชั้นแรงงาน ) หยิบความลำบากยากแค้นของเขา มาเล่าราวกับเป็นหนังน้ำเน่าเรียกน้ำตา แต่ซ้อนประเด็วิพากษ์ ทั้งตัวบุคคล (ในแง่ของความสัมพันธ์ )ไปจนถึงวิพากษ์ระบบ สังคม การเมือง อันเลวร้ายโหดเหี้ยม อย่างครบเครื่อง

หนังให้เราเห็นภาพของชนชั้นสองแบบที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว ด้วยการพาเราเดินไปพร้อมกับฟอกซ์ จากชนชั้นใต้ถุนสังคม คนที่เข้าๆออกๆในคุก บาร์เกย์เล็กๆอุดอู้ ห้องเช่าเก่าโทรม ที่มีแต่เหล้า ไปสู่สังคมของผู้คนที่แต่งตัวดี ดื่มชมเปญราคาแพง รสนิยมสูง พูดจาภาษาฝรั่งเศส และ มีมารยาทบนโต๊ะอาหาร

ฟาสบินเดอร์เคยกล่าวว่า หนังเรื่องนี้คือหนังที่ซื่อตรงที่สุดของเขา ซึ่งมันเป็นจริงตามนั้น เพราะฟาสบินเดอร์ไม่รีรอที่จะแสดงให้คนดูเห็นถึงข้างที่เขาเลือกยืน เราได้รับรู้ว่า ยอร์เกน ตลบตแลง น่ารังเกียจ และจู้จี้จุกจิก ขณะที่ ฟอกซ์ถลำตัวลงในความรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นจนไม่ว่าอะไรก็ยอมทั้งนั้น ภาวะการยินยอมพร้อมใจที่จะตกเป็นเหยื่อ การยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก เป็นภาวะที่พบในหนังแทบทุกเรื่องของเขา (และเป็นที่เชื่อว่านั่นคือสิ่งที่ฟาสบินเดอร์ เป็น ) และหนังมีรีรอที่จะให้คนดูรู้ตั้งแต่ต้นว่า มันช่างสิ้นหวัง พฤติกรรม จู้จี้เจ้าระเบียบของยอร์เก้น และครอบครัว ค่อยๆบีบรัด ฟอกซ์ช้าๆ หนำซ้ำเขายังถูกหลอกใช้ให้เอาเงินมาลงทุนในธุรกิจโรงพิมพ์อันง่อนแง่นของครอบครัวยอร์เก้น

หนังสะท้อนภาวะการตกเป็นเหยื่อจากความรัก และความไม่รู้ไว้อย่างชัดเจน เพราะในฉากหนึ่งขณะที่ทั้งคู่กำลังเลือกเฟอร์นิเจอร์ใหม่สำหรับอพาร์ทเมนท์สุดหรู ยออร์เก้นบอกว่าที่ตรงนี้จะตั้งชั้นหนังสือ ฟอกซ์ก็เริ่มเป็นฟืนเป็นไฟเรื่องหนังสือขึ้นมาทันที และยิ่งต่อมา ฟอกซ์แทบไม่ยอมอ่านในสัญญาที่เขาจะต้องเซ็น หนังไม่ได้ระบุชัดแจ้งว่าฟอกซ์ไม่รู้หนังสือ (เพราะเขาเซ็นชื่อได้ ) แต่การไม่ยอมอ่านสัญญาที่ทนายยื่นให้น่าจะมีนัยยะมากกว่าความเชื่อใจอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอน รวมไปถึงในฉากต่อมาเมื่อเขาเข้ามาทำงานในโรงพิมพ์ในตำแหน่งของกุลี (ซึ่งในตอนท้ายเรื่องนี้ถูกนำมาใช้เป็นหมัดเด็ดของยอร์เก้น ) เขาคุมเครื่องตัดที่ทำงานผิดพลาด ทำให้หนังสือเล่มหนึ่ง(ซึ่งมีจำนวนพิมพ์เป็นพันๆเล่ม) หัวขาดฟอกซ์ยักไหล่ไม่เห็นความสำคัญ กับเรื่องนั้น และเขายินดีจะรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่เพียงความรัก แต่หนังสะท้อน ความไม่รู้ของผู้คนที่ทำให้เขาต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำซ้อน และแม้จะมีเงินทองสักเท่าไหร่ก็ไม่ได้ช่วยปกปิดความไม่รู้ของตนได้

หนังใช้ฉากบนโต๊ะอาหารเป็นฉากเด็ดในการบีบคั้น ฟอกซ์ และคนดู ฉากบนโต๊ะอาหารมักปรากฏบ่อยครั้งในหนังของฟาสบินเดอร์ และมักปรากฏในฐานะของ สถานที่แสดงอำนาจบาตรใหญ่ ใน Ali : fear eats the soul บริกร แทบจะฆ่าตัวเอกของเรื่องให้ตายลงตรงนั้นที่เขาไม่อาจสั่งอาหารได้ ขณะที่ใน mother kuster goes to heaven โต๊ะอาหารคือสถานที่ แสดงอำนาจระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้ (ไล่เรื่อยไปจนฉากในครัวของนักข่าวกับคุณนายคุสเตอร์) และฉากโต๊ะอาหารในchinese roulette นำไปสู่ฉากระเบิดอารมณ์สำคัญท้ายเรื่อง และในหนังเรื่องนี้ บนโต๊ะอาหารฟอกซ์โดนเหน็บแนม ต่อว่า มองดูอย่างไม่เชื่อสายตา ถึงขั้นยิ้มเหยียดหยัน ที่เขาใช้วิธีกินดื่มแบบชนชั้นแรงงาน มันเป็นเช่นนี้เสมอมา การใช้รสนิยมจัดอันดับผู้คน สร้างมาตรฐานลวง ขึ้นมาแบ่งแยกผู้คน บางที มารยาทไม่ได้มีเพียงแง่งาม หากยังมีแง่มุมโหดเหี้ยมของการแบ่งแยกและเหยียดชนชั้นเจืออยู่อย่างเต็มล้น

แต่นอกจากการตกเป็นเหยื่อ หนังของฟาสบินเดอร์ ยังมีภาวะการกดขี่ซ้ำซ้อนเสมอ หากตัวละครในหนังยอมทนเพราะรักใครสักคน กับคนที่เขาไม่รักเขาจะกลับปฏิบัติอย่างร้ายกาจโหดเหี้ยม นักวิจารณ์บางคนเรียกสิ่งนี้ว่า วังวนของการตกเป็นเหยื่อ (ว่ากันว่าสิ่งเหง่านี้ปรากฏชัดที่สุดในหนังเรื่องthe bitter tears of petra von katt ) และในหนังเรื่องนี้ขณะที่ฟอกซ์ยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ยอร์เก้น แต่กับชายอ้วนร้านขายดอกไม้เขากลับปฏิบัติอย่างเหี้ยมโหด และไร้ความเมตตา โดยสิ้นเชิง

และเป็นไปตามรูปแบบหนังของฟาสบินเดอร์ทุกประการ หนังเดินหน้าเข้าหาความเจ็บปวดและสิ้นหวัง โดยที่ทุกคนรู้ดี ทั้งตัวละครอื่นกระทั่งคนดู จะละเว้นก็แต่ตัวเอกเท่านั้น ทุกคนเฝ้าพร่ำเตือนฟอกซ์ ตั้งแต่ พี่สาว (ฉากในงานปาร์ตี้ที่จบลงเป็นหายนะนั้นเป็นฉากที่เจ็บปวดมาฉากหนึ่ง) เจ้าของบาร์เหล้า ไปจนถึงพนักงานธนาคาร(และแน่นอนคนดูด้วย) แต่ขณะเดียวกันหนังก็มีตัวละครที่เราดูไม่ออกว่าดีหรือร้าย คนที่ไม่สามารถจะไว้ใจได้ แต่ก็ต้องเงี่ยหูฟังคำเตือน คนอย่างลุงแมกซ์ (ซึ่งได้ Karlheine Bohm อีกหนึ่งดาราขาประจำของฟาสบินเดอร์มาเล่น ) หนังสร้างตัวละครนี้ให้คลุมเครือ หนำซ้ำบางครั้งปรากฏตัวอย่างไร้ที่มาที่ไป ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาอาจจะไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่า ความฝันเฟื่องของฟอกซ์ (ซึ่งจากไปอย่างไม่ใยดีในฉากจบ) หนังดำเนินมาสู่ฉากจบอันสุดแสนเจ็บปวด และว่ากันว่า เป็นแรงบันดาลใจสำหรับฉากจบของ My own private Idaho ของ gus van sant ที่สร้างในอีกหลายสิบปีต่อมา

หนังได้ดาราขาประจำโผล่หน้ามาคนละนิดละหน่อย หนังได้ คุณป้า Brgitte Mira มารับบทคนขายลอตเตอรี่ และยังมีตัวละครที่ปรากฏในหนังเรื่องก่อนหน้า และจะปรากฏในเรื่องต่อไปโผล่ออกมาอีกด้วย ในฉากในโมรอคโค ฟอกซ์ และ อร์เก้น พยายามจะพาชายชาวอาหรับคนหนึ่งเข้าไปในโรงแรม (ฉากนี้วิพากษ์ความไม่เท่าเทียมกันของผู้คนได้อย่างสะใจ) ชายคนนั้นแสดงโดย El Hedi ben Salem ซึ่งก่อนหน้าหนังเรื่องนี้เขารับบทเป็น ชายชาวอาหารับนามอาลี ใน Ali fear eats the soul นอกจากนี้ในฉากบาร์เกย์ จุ่ๆก็มันักร้องหญิงโผล่เข้าไปร้องเพลง เธอคนนั้นคือ Ingrid Carven ผู้ซึ่งรับบท คอรรินนา ลูกสาวของคุณนายคุสเตอร์ ใน Mother kuster goes to heaven หนังเรื่องต่อมา ซึ่งในเรื่องนั้นเธอก็ประกอบอาชีพนักร้องตามคลับแบบนี้เหมือนกัน

นอกจากจะเป็นหนังที่ซื่อตรงอย่างมากแล้ว นี่นับเป็นหนังเรื่องที่ส่วนตัวมากๆเรื่องหนึ่ง เพราะนอกจากเขาจะสร้างขึ้นจากเรื่องจริงของคู่รักของเขา(ในขณะนั้น) เขายังลงมาเล่นเป็นตัวเอกเอง (รวมถึงเปลือยกายในหลายๆฉากอีกต่างหาก) รวมไปถึงชื่อฟราน (ซึ่งเป็นชื่อจริงของฟอกซ์) เป้นชื่อที่ฟาสบินเดอร์ใช้แทนชื่อตัวเองในการทำงานตำแหน่งอื่นๆในหนังของเขาอีกด้วย หนังมีรูปแบบแบบหนังเรียกน้ำตาฮอลลีวู้ด แต่เต็มไปด้วยอารมณ์แบบฟาสบินเดอร์ เต็มที่ รวมไปถึงการที่หนังแทบจะไร้ผู้หญิงในเรื่องเลย จนดูราวกับเป็นโลกฝันของชาวเกย์หากหนังกลับออกมาสมจริงจนเราลืมไปเลยว่าหนังแทบไม่มีผู้หญิงอยู่ นี่คือหนังที่โลกจริง โลกในหัวของฟาสบินเดอร์มาประสานงากัน ท่ามกลางหนังมาสเตอร์พีซมากมายที่เขาสร้างในเวลาอันสั้นของการทำงาน งานชิ้นนี้น่าจะถือเป็น มาสเตอร์พีซ ในมาสเตอร์พีซก็ว่าได้
 

 

Fox and His Friends, (German: Faustrecht der Freiheit) is a 1974 West German film written and directed by Rainer Werner Fassbinder, starring Fassbinder himself, Peter Chatel and Karlheinz Böhm. The plot follows the misadventures of a working-class homosexual who falls in love with the elegant son of an industrialist. His lover tries to mold him into a gilt-edged mirror of upper-class values and ultimately swindles the easily flattered lottery winner out of his fortune. The film is an incisive look at the relationship between money and emotions.[1] Love is seen as a commodity that can be bought for money and last just as long as it is profitable.
 

 


เข้าชม : 12136    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: gaygoodfilm: originEurope: SubtitleEnglish: recommend



หนังเกย์,เลสเบี้ยนและไบเซกช่วลเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ