[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Paranoia Agent (2004)

(บรรยายไทย)(4 แผ่น)

 

กำกับ:Satoshi Kon  สร้าง:Satoshi Fujii  เขียนบท:Satoshi Kon, Seishi Minakami

ดนตรี:Susumu Hirasawa ตัดต่อ:Kashiko Kimura  เวลา: 316 min (13 episodes)

ประเทศ: Japan ภาษา:Japanese  แนว:Mystery, Psychological horror Subtitle: English/ไทย

นักแสดง: 
Shôzô Îzuka ... Keiichi Ikari (7 episodes, 2004)
Toshihiko Seki ... Mitsuhiro Maniwa (7 episodes, 2004)
Mamiko Noto ... Tsukiko Sagi (6 episodes, 2004)
Ryûji Saikachi ... Old Man (6 episodes, 2004)
Kotono Mitsuishi ... Harumi Chono / ... (4 episodes, 2004)
Daisuke Sakaguchi ... Shonen Bat (4 episodes, 2004)
Toshihiko Nakajima ... Masami Hirukawa (4 episodes, 2004)
Makoto Tsumura ... Shogo Ushiyama (4 episodes, 2004)
Mayumi Yamaguchi ... Yuichi Taira (4 episodes, 2004)
Haruko Momoi ... Maromi (3 episodes, 2004)
Kenji Utsumi ... Akio Kawazu (2 episodes, 2004)
Akio Suyama ... Masashi Kamei (2 episodes, 2004)
Hisako Kyôda ... Old Woman (2 episodes, 2004)


 

 


(บทความนี้ ตัดมาจาก http://www.thaidvd.net/forum/upload/index.php?act=ST&f=2&t=112740)

หากหัวใจคุณเต้นลุ้นระทึกแทบช็อคกับ Perfect blue
หากคุณเสียน้ำตาให้กับ Millennium actress มาแล้ว
หากยังประทับใจกับมิตรภาพอันแสนอบอุ่นจาก Tokyo godfather


มาครั้งนี้ Satoshi Kon จะทำให้คุณลุ้นตัวโก่งจนกลั้นน้ำตาแทบไม่ไหวด้วยความฮาจนขนหัวลุก
กับผลงาน Animation Series เรื่องล่าสุด Paranoia Agent

นี้คืออนิเมชั่นที่รวบรวมสุดยอด ยอดฝีมือแห่งวงการอนิเมชั่นญี่ปุ่นเอาไว้ด้วยกัน
Director : Satoshi Kon : Perfect Blue , Toyko Godfather
Animation Production : MADHOUSE : Animatrix , Metropolis
Character Design : Masashi Ando : Princess Mononoke , Spirited Away

รับประกันความหลอนด้วยรางวัล
( WINNER Silver Jury Award & Silver Audience Award For Best Animated Feature 2004 Fantasia Film Festival)
 



Satoshi Kon ถือเป็นได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผู้กำกับระดับแนวหน้าในวงการอนิเมชั่นของเกาะญี่ปุ่น ด้วยผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลาดเส้นที่สมจริงในแนวดราม่าหรือจะออกดิบๆดูหน้ากลัวในการ์ตูนแนวลึกลับสันประสาท ทำให้ตัวละครแต่ละตัวที่เขาออกแบบมา ดูคล้ายกับคนแสดงซะมากกว่า ซึ่งเมื่อผนวกกับงานกำกับที่มักโยงไปเกี่ยวกับเรื่องสภาวะจิตใจ แรงขับ และ แรงกดดันภายในของคน โดยค่อยๆดึงความตื่นเต้นจากผู้ชมไปทีละ Step จนถึงระดับสุดขีด ตาม Style ของ Kon ยิ่งสะกดผู้ที่ได้ชม ให้หลงไหลในงานของเขาได้ไม่ยากเลย คงไม่น่าแปลกใจอะไรถ้าในครั้งนี้ Satoshi Kon ได้รวบรวมจุดเด่นของงานกำกับที่มีทั้งหมดของเขาไว้ด้วยกันอย่างครบถ้วนในผลงานชิ้นล่าสุดเรื่องนี้ของเขา ที่จะทำให้คุณรู้สึก Paranoia ตามไปด้วยตั้งแต่ต้นเรื่องจนกระทั้ง...? หากได้ชม

 


 

An elementary school boy on inline skates dubbed Lil'' Slugger (Shōnen Bat in Japanese, meaning "Bat Boy") is said to be responsible for a series of mysterious street assaults in Tokyo. None of the victims can recall the boy''s face and only three distinct details are left in their memories: golden inline skates, a baseball cap, and the weapon: a bent golden baseball bat.

Two police detectives, Keiichi Ikari and Mitsuhiro Maniwa, are assigned to the case to track down the perpetrator and put an end to his crimes. Starting with the first victim, Tsukiko Sagi, a shy character designer who created the immensely popular pink dog Maromi, the detectives follow what little clues they have and try to apprehend the mysterious boy. Just when they think they have solved the case, new evidence about the attacker leads them towards a frightening revelation.

 


(บทความนี้ ตัดมาจาก http://seta-brahms.exteen.com/20080504/paranoia-agent)

Paranoia Agent :

ปอกเปลือกสังคม จิตมนุษย์ และสะท้อนปัญหาแห่งยุคสมัย

 

“ยามเมื่ออนธกาลฉายฉานในจิตใจ โชเน็นแบ็ตจึงพลันปรากฏกายออกมา...”
 
 


 

 

โดยส่วนตัว, ผมคิดว่า ‘Paranoia Agent’ เป็นอะนิเมะที่สามารถสะท้อนปัญหาร่วมสมัย แสดงปัญหาตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคลไปจนถึงระดับสังคมวงกว้าง รวมทั้งเปิดโปงปมจิตวิทยาของมนุษย์ในอย่างมีชั้นเชิงและชาญฉลาดเป็นที่สุด

ซาโตชิ คง (Satoshi Kon) สร้างทีวีซีรีส์ความยาว 13 ตอนเรื่องนี้ประมาณปี 2004 (หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับ Perfect Blue, Millennium Actress และ Tokyo Godfathers มาแล้ว) โดยเสมือนเป็นการเก็บตกไอเดียบรรเจิดทั้งหลายที่ไม่ได้ใช้ในงานที่ผ่านๆ มา เอามาเรียบเรียงใหม่แล้วผูกเรื่องเป็นแนวไซโค/แฟนตาซี สืบสวนสอบสวน ซับซ้อนซ่อนเงื่อน และเกี่ยวข้องกับปมจิตวิทยา

ตามความหมายในพจนานุกรม‘paranoia’ มีความหมายว่า 

“a mental condition characterized by delusions of persecution, unwarranted jealousy or exaggerated self-importance, typically elaborated into an organized system.It may be an aspect of chronic personalty disorder, of drug abuse, or of a serious condition such as schizophrenia in which the person loses touch with reality.” 

จากหัวชื่อเรื่องก็อาจจะเดาได้ไม่ยากว่า ตัวเนื้อเรื่องจะต้องเกี่ยวข้องอะไรบางอย่างกับอาการพารานอย (หรืออาจจะถึงขั้นพารานอยหมู่กันเลยก็ได้) ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากความจริงแต่อย่างใด แต่เนื้อเรื่องลึกๆ แล้วมันน่าสนใจและน่าติดตามมากกว่านั้น

From left to right: Shogo, Yuichi, Taeko, Mitsuhiro, Maria, Ikari, Kawazu, Harumi, the old woman, Hirukawa, and Tsukiko
 

เรื่องราวเริ่มต้นที่ ซึคิโกะ ซากิ, ผู้ออกแบบ ‘มาโรมิ’ ตัวการ์ตูนมาสค็อตที่น่ารักโดนใจชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศ, กำลังเคร่งเครียดและวิตกกังวลเพราะกำลังถูกทางบริษัทกดดันและเร่งงานให้ออกแบบตัวละครตัวใหม่ที่สามารถโดนใจชาวญี่ปุ่นโดยไม่แพ้มาโรมิให้ได้โดยเร็วที่สุด ความกดดันในใจของเธอดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด เมื่อสารพัดทุกอย่างรุมเร้า, ท่ามกลางความมืดและวังเวงของลานจอดรถตอนค่ำ, เธอรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงโรลเลอร์เบลดไถลล้อกับพื้นใกล้เข้ามา และรู้สึกเหมือนถูกของแข็งฟาดที่ศีรษะอย่างแรงจนสลบ 

เมื่อตำรวจสอบปากคำเธอตอนที่เธอได้สติ เธอบรรยายลักษณะของคนร้ายว่า เป็นเด็กประถมสวมรวมรองเท้าสเก๊ตถือไม้เบสบอล

หลังจากนั้นข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่ว จนเกิดข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับผู้ร้ายรายนี้ขึ้นมามากมาย และสมญานามของผู้ร้ายรายนี้ก็คือ ‘โชเน็นแบ็ต’ (Shounen Bat) 

เรื่องราวดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยมี โชเน็นแบ็ต, ซึคิโกะ ซากิ, มาโรมิ, นักสืบอิคาริ และนักสืบมานิวะ เป็นตัวหลักในการดำเนินเรื่องโดยภาพรวม ทว่าในแต่ละตอนของซีรี่ส์นั้น ซาโตชิ คง ได้ใช้วิธีการนำเอาตัวละครรองของแต่ละตอนไปเป็นตัวละครหลักในการดำเนินเรื่องของตอนต่อไป และความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ ที่ปรากฏออกมาก็ค่อยๆ ทวีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันเรื่องก็พยายามโฟกัสที่ตัวตนของโชเน็นแบ็ต ว่ามันคือใคร และจุดประสงค์ของมันคืออะไร

หลังจากข่าวลือเรื่องโชเน็นแบ็ตแพร่กระจายออกไป ดูเหมือนว่ามีใครสักคนหรือไม่ก็อะไรบางอย่างทำให้เด็กประถม ไทระ ยูอิจิ, ผู้ซึ่งเป็นนักเรียนระดับท็อปโรงเรียน, ถูกคนทั้งโรงเรียนรุมป้ายสีว่าเป็นโชเน็นแบ็ต และตัวเขาเองก็เคร่งเครียดว่าภาพลักษณ์ของตัวเองถูกทำลาย จนกระทั่งพยายามไปเหมาเอาว่า โชโงะ อุชิยามะ, เด็กอ้วนคนหนึ่งซึ่งกำลังลงสมัครชิงตำแหน่งประธานนักเรียนแข่งกับเขานั้นเป็นตัวการ และนำไปสู่การแสดงความรังเกียจอย่างเปิดเผยและไปรังแกอุชิยามะ และในที่สุดทั้งสองคนก็โดนโชเน็นแบ็ตทำร้าย

และต่อจากนั้นมา ก็มีเหยื่อเคราะร้ายเพิ่มจำนวนมากขึ้นอีกเรื่อยๆ

จุดร่วมอย่างหนึ่งของเหยื่อที่ผู้ชมสามารถสังเกตได้คือ เหยื่อทุกรายจะเป็นบุคคลที่กำลังอยู่ในสภาวะกดดัน เคร่งเครียดจนสุดจะทานทนและหาทางออกไม่ได้ และจากข้อสังเกตของนักสืบมานิวะก็คือ เหยื่อทุกรายดู ‘ผ่อนคลาย’ มากขึ้นหลังจากโดนทำร้าย (ในช่วงแรกๆ ของซีรี่ส์ที่ไม่มีเหยื่อคนใดเสียชีวิต)

จากข้อสังเกตของทั้งผู้ชมและจากตัวละครในเรื่องนั้นมีแนวโน้มว่าจะนำไปสู่ข้อสันนิษฐาน 2 ประการ ประการแรก โชเน็นแบ็ตอาจไม่มีตัวตนจริง แต่เป็นแค่ ‘พารานอยหมู่’ ของคนในสังคมที่ถูกรุมเร้าด้วยปัญหาสารพัน อีกประการหนึ่งก็คือ โชเน็นแบ็ตเป็นอะไรบางอย่างที่มีความสามารถล่วงรู้ถึงปัญหาและอาการจนตรอกของคนๆ หนึ่งและเข้าไปช่วยเหลือหาทางออกให้โดยการทำให้ได้รับบาดเจ็บ (เหยื่ออาจมีความรู้สึกต้องการทางออก อยากสลายตัวตน อยากตาย ฯลฯ)

อย่างไรก็ดี ผมคงไม่อาจสามารถเฉลยตอนจบได้ เพราะอยากให้ท่านได้ไปหามาชมเอง... (ขออนุญาตแนะนำให้ไปหาชมเป็นอย่างยิ่ง)

   

ความน่าสนใจอะนิเมะเรื่องนี้ก็คือ การที่องค์ประกอบต่างๆ ของเรื่องนั้นผูกติดอยู่กับบริบททางสังคมอย่างเห็นได้ชัด เช่นปัญหาสภาพสังคมปัจจุบันที่ทำให้ถูกคนต่างกดดันและถูกบีบคั้นจากการงาน ความลักลั่นกำกวมทางศีลธรรมของสังคม วัฒนธรรมโอตาคุและโมเอะ ปัญหาเศรษฐกิจอันนำไปสู่การประกอบธุรกิจมืด (ถึงขนาดตำรวจกลายเป็นโจรเสียเอง) ปัญหา Internet Suicide Pact (คนแปลกหน้านัดเจอกันทางอินเทอร์เน็ตเพื่อไปฆ่าตัวตาย) ปัญหาระดับเด็กนักเรียน (แต่ก็เป็นเรื่องใหญ่) ความเคร่งเครียดเรื่องการสอบของเด็กวัยนักเรียนนักศึกษา (มีอยู่ฉากหนึ่งที่ผมชอบมากก็คือ เด็กคนหนึ่งเตรียมสอบอย่างบ้าคลั่งถึงกับอาเจียนสำรอกออกมาเป็นสมการ!!) และปัญหาอื่นๆ ทึ่เป็นผลกระทบมาจากสภาพสังคมญี่ปุ่นปัจจุบัน (ซึ่งมีต้นตอสาเหตุมาจากการแพ้สงครามโลก)

ประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่ตัวละครหลายตัวถูกสร้างให้มีปมปัญหาหรือความผิดปกติทางจิตในแบบต่างๆ กัน เช่น การที่ฮารุมิ โชโนะ มีความผิดปกติแบบ DID (Dissociative Identity Disorder) หรือ MPD (Multiple Personality Disorder) โชโนะเป็นนักศึกษา (น่าจะปริญญาโท) ที่ยามปกติก็เป็นผู้หญิงแสนดี แต่ทว่าเธอมีอีกตัวตนหนึ่งที่เธอไม่รู้จักคือ ‘มาเรีย’ โสเภณีงามเมือง ซึ่งทั้งโชโนะและมาเรียก็กำลังพยายามต่อสู้กันเพื่อทำลายตัวตนของอีกฝ่าย (นอกจากนี้เธอก็มีความสัมพันธ์ต่อตัวละครอื่นๆ ที่อาจคาดไม่ถึง)

ปัญหาทางจิตอื่นๆ ก็อาจจะมีเช่น จิตใจที่ไม่ดีและอาการกึ่งๆNarcissism  ของยูอิจิ หรือปมด้อยในใจเมื่อไม่สามารถเข้าร่วมกลุ่มกับคนอื่นๆ ได้อย่างในตอนที่มีแม่บ้าน 4 คนยืนกอสซิปกันเรื่องโชเน็นแบ็ต มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าร่วมวงกับคนอื่นได้อย่างเต็มที่และสุดท้ายโดนกันออกจากกลุ่ม (เนื้อหาของตอนๆ นี้เหมือนกับจะต้องการแสดงให้เห็นชีวิตกอสซิปของเหล่าแม่บ้านกับการสร้างข่าวลือโดยอาศัยโชเน็นแบ็ตเป็นสื่อ ซึ่งตอนจบของตอนนี่ผมว่าเด็ดถึงใจและสะใจจริงๆ) 

จุดเด่นอีกอย่างในงานของ คง นั้น ก็น่าจะเป็นการตัดสลับระหว่างภาพเหตุการณ์จริงกับภาพในความฝันหรือจินตนาการ ทำให้เส้นแบ่งของความของความจริงกับความฝันนั้นพร่าเลือนหรืออาจถึงขั้นสลายไปได้ ยกตัวอย่างเช่น คดีที่เด็กม.2 ที่ถูกเชื่อว่าโชเน็นแบ็ตปรากฏตัวออกมานั้น อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นการผจญภัยในเกมอาร์พีจีและนำไปสู่เงื่อนงำชิ้นใหม่ หรืออย่างคดีที่ทีมงานแอนิเมชั่นถูกฆาตกรรม ก็มีการตัดสลับไปมาระหว่างความจริงของคนขับรถที่กำลังจะหลับในกับความฝันหรือความหลัง ซึ่งดูเป็น flashback ที่ข้ามไปข้ามมาหลายพรมแดน ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่ผู้ชมจะแยกแยะออกได้ว่าอะไรคือความจริงแท้ หรืออย่างเหตุการณ์ที่โผล่ออกมาช่วงแรกสุดและก็นำไปสู่การคลี่คลายปมของเรื่องก็คือการที่มาโรมิ (ซึ่งเป็นตุ๊กตา) จะพูดคุยกับซากิตลอดเวลา ซึ่งอาจจะเป็นภาพพร่าเลือนระหว่างความจริงกับจินตนาการของซากิหรือไม่ก็เป็นอาการทางจิตของเธอเอง

Paranoia Agent

นอกจากนี้แล้ว Paranoia Agent ยังเต็มไปด้วยสัญลักษณ์มากมาย อย่าง ‘มาโรมิ’ นั้นก็แสดงตัวอย่างชัดเจนว่าเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมโอตาคุที่ลุกลามในประเทศญี่ปุ่น และการที่ซากิจะต้องพกตุ๊กตามาโรมิติดตัวตลอดเวลาหรือพูดคุยกันในหลายๆ โอกาสนั้นก็เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงปมในใจบางอย่างของซากิ หรืออย่างฉากในตอนท้ายๆ ของเรื่องที่นักสืบอิคาริได้เข้าไปติดอยู่ในโลกที่ทุกอย่างเป็น 2 มิตินั้น ได้มีผู้ตีความว่ามันเกี่ยวข้องกับแนวคิดทางศิลปะที่เรียกว่า ‘Superflat’ ซึ่งในที่นี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการหลีกหนีความจริง ลดทอนมิติของสิ่งต่างๆ รอบตัว เลือกมองเฉพาะมุมมองที่ตัวเองอยากเห็น 

และหากจะว่ากันตามจริง โชเน็นแบ็ต เองก็เป็นสัญลักษณ์เหมือนกัน เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ที่รอการพิสูจน์นิยามเมื่อถึงตอนที่ปริศนาทุกอย่างคลี่คลาย นอกจากนี้ก็ยังมีสัญลักษณ์อื่นๆ อีกมาก โดยสามารถสังเกตได้จากวัตถุหรือตัวละคร (ทั้งสิ่งสมจริงและสิ่งเหนือจริง) ที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเงื่อนไขของเหตุการณ์ต่างๆ


 

อย่างไรก็ดี Paranoia Agent ได้ผูกเรื่องขึ้นมาโดยยึดสถานการณ์ทางสังคมของญี่ปุ่นปัจจุบันเป็นพื้นฐาน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่ามันเป็นความจงใจของ คง ที่ต้องการจะสะท้อนภาพสังคมและปัญหาสังคมอันเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันทั้งองคาพยพของสังคม (ปัญหาระดับปัจเจกก่อปัญหาสังคม และปัญหาสังคมก่อปัญหาระดับปัจเจก เกี่ยวข้องวนเวียนกันเป็นวงจรอุบาทว์เรื่อยไป) ซึ่งน่าจะเป็นการสื่อสารบางอย่างต่อผู้ชม อาจจะอยากให้เราเข้าใจ paranoia ให้เรามองเห็นปัญหาของพวกเรา ช่วยกันคิดหาทางแก้ไข ให้เราเห็นใจซึ่งกันและกัน และยืดอกยอมรับไม่หลีกหนีความเป็นจริง

อย่างที่ในตอนท้ายๆ ที่นักสืบอิคาริหลบหนีออกมาจากโลกสองมิตินั่นได้ เขาพูดว่า

“โลกที่ไม่มีที่ให้ฉันยืนอยู่นั่นแหละ คือโลกของฉัน...”

 

 


เข้าชม : 11547    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: Animation: curious: originAsian: SubtitleThai: SubtitleEnglish: AbusedKid: violent: recommend



หนังการ์ตูนเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ