[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Woman in the Dunes (1964)

(บรรยายไทย)

 

กำกับ: Hiroshi Teshigahara
สร้าง: Kiichi Ichikawa, Tadashi Oono
เขียนประพันธ์: Kōbō Abe
นักแสดงEiji Okada, Kyoko Kishida
ดนตรี: Tōru Takemitsu
ถ่ายภาพ: Hiroshi Segawa
ตัดต่อ: Fusako Shuzui
เวลา: 123 min
ประเทศ: Japan
ภาษา: Japanese

แนว: Drama

Subtitle: English / Thai

 

     นี่คือหนังที่สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการหนังญี่ปุ่น และทำให้Teshigahara ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงกว้าง ด้วยการถูกเสนอชื่อเขาชิงออสการ์ในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมซึ่งเขาเป็นผู้กำกับเอเชียคนแรกจึงฮือฮามากในยุคนั้น และเป็นผู้กำกับชาวต่างชาติคนที่3ที่ถูกเสนอชิ่อชิงรางวัลนี้จากหนังที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ 2คนแรกคือ เฟเดริโก้ เฟลลินี่ (อิตาลี) จากเรื่อง La Doice Vita (1961) และ 8 1/2 (1963) คนที่2คือ เพย์โตร เจอร์มี่(อิตาลี) จากเรื่อง Divorce- Italian Style (1962)

    Woman in the Dunes (1964) หนังคลาสสิคจากญี่ปุ่น สร้างจากนิยายชื่อดังของ Kobo Abe , หนังได้รางวัล Special Jury Prize ที่เมืองคานส์ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Academy Awards ประจำปีค.ศ.1965 ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมและสาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม


...ชายคนหนึ่งเดินทางมายังเมืองอันห่างไกลและแห้งแล้ง ด้วยความหวังว่าจะได้พบแมลงชนิดใหม่ที่อาศัยอยู่ในเขตทะเลทราย หลังจากพลาดรถบัสเที่ยวสุดท้าย เขาจึงต้องจำใจค้างคืนที่กระท่อมซึ่งตั้งอยู่ในหลุมทรายตามคำแนะนำของคนในหมู่บ้าน หญิงสาวเจ้าของบ้านให้การต้อนรับอย่างดี แต่เขาเองก็ประหลาดใจกับพฤติกรรมของเธอไม่น้อย เมื่อเธอทำงานตอนกลางคืนด้วยการขุดทรายรอบๆกระท่อมส่งให้ชาวบ้านชักรอกขึ้นไปขาย เธอยืนยันว่าจำเป็นต้องทำเพราะไม่เช่นนั้นจะเดือดร้อนจากทรายที่ไหลลงมาท่วมหมู่บ้านนี้
เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองไม่อาจหาทางออกไปจากกับดักหลุมทรายแห่งนี้ได้เสียแล้ว...

 

Woman in the Dunes(Suna no Onna) สร้างจากนิยายชื่อเดียวกันที่ตีพิมพ์ในปี 1960 ของ Kobo Abe(1924-1993) นักเขียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งของญี่ปุ่น Abe เคยร่วมงานกับ Hiroshi Teshigahara มาก่อนแล้วจากเรื่อง The Pitfall(Otoshiana, 1962) ซึ่งเป็นผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ Teshigahara และสร้างจากนิยายของ Abe เช่นเดียวกัน

Woman in the Dunes ออกฉายในปีเดียวกันกับที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่กรุงโตเกียว(1964) เป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกกำลังจับตามองญี่ปุ่นในฐานะประเทศผู้แพ้สงครามแต่กลับเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดกลายเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจเมื่อเข้าสู่ช่วงทศวรรษที่ 1960''s การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคสมัยใหม่(modernization) ส่งผลสะท้อนไปยังอุตสาหกรรมภาพยนตร์และงานวรรณกรรมในช่วงเวลานั้นอีกด้วย ไม่เว้นแม้แต่ Woman in the Dunes ที่ถูกมองว่าเป็นงานซึ่งเกิดขึ้นมาเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ผลของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของญี่ปุ่นเช่นกัน
 

หากมองให้ลึกลงไปจะพบว่าประเด็นหลักของเรื่องราวนั้นแฝงข้อคิดเกี่ยวกับปรัชญาการใช้ชีวิตของมนุษย์อย่างแยบยล โดยถ่ายทอดผ่านแนวคิดและการทำหน้าที่ของตัวละครหลักๆเพียงสองคนเท่านั้น คุณลักษณะทางศิลปะของภาพยนตร์ขาว-ดำและการจัดองค์ประกอบภาพอย่างประณีตทำให้คนดูได้เห็น form+pattern ของ "ทราย" ที่มีพลังและความสวยงามอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อีกทั้งเพลงและเสียงประกอบแบบใช้น้อยแต่ได้ผลมากจากฝีมือของ Toru Takemitsu ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ Teshigahara ช่วยสร้างบรรยากาศหลอกหลอนดึงดูดอารมณ์ได้อย่างน่าประหลาดและมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเชื่อมต่อเรื่องราวและภาพที่ปรากฏเข้าไว้ด้วยกัน

เดิมทีนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยาว 147 นาที แต่หลังจากที่ Teshigahara ได้รับเชิญให้ส่งผลงานเพื่อเข้าร่วมประกวดในเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ ในปีค.ศ.1964 เขาจึงตัดต่อใหม่ให้เหลือความยาว 124 นาที ผลที่ได้ก็คือ Woman in the Dunes กลายเป็นงานภาพยนตร์ของ Teshigahara ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงกว้าง จากการได้รับรางวัล Special Jury Prize ที่เมืองคานส์ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Academy Awards ประจำปีค.ศ.1965 ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมและสาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

Hiroshi Teshigahara เกิดเมื่อปีค.ศ.1927 เป็นทายาทของครอบครัวนักจัดดอกไม้ญี่ปุ่นผู้ก่อตั้ง The Sogetsu School of Ikebana ตัวเขาเองทำงานศิลปะหลายด้านทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และหลังจากเริ่มทำภาพยนตร์สั้นรวมถึงสารคดีมาหลายเรื่อง เขาจึงมีโอกาสได้ทำภาพยนตร์(Feature Film) ร่วมกับ Kobo Abe ถึง 4 เรื่อง ซึ่งสองเรื่องที่เหลือคือ The Face of Another(Tanin no Kao, 1966) และ The Man Without a Map(Moetsukita Chizu, 1968) เมื่อบิดาเสียชีวิตลงทำให้เขาต้องรับช่วงต่อในการดูแลกิจการของครอบครัวและไม่ได้สร้างภาพยนตร์อีกถึงกว่า 20 ปี ก่อนจะกลับมาสร้างผลงานภาพยนตร์สารคดีสถาปัตยกรรมของ Antonio Gaudi(1984), Rikyu(1989) และ The Princess Go(Go hime, 1992) เป็นเรื่องสุดท้ายก่อนที่เขาจะเสียชีวิตด้วยโรคลูคิเมียในปีค.ศ.2001
 

อ่านวิจารณ์ได้ที่--> นางแห่งเนินทราย – ฉันเป็นดั่งทราย ถูกแดดสะท้อนมา...


Woman in the Dunes (砂の女, Suna no onna?, also translated as Woman of the Dunes) is a novel by Kōbō Abe and a film based on the novel directed by Hiroshi Teshigahara. The novel was published in 1962, and the film was released in 1964. Kōbō Abe also wrote the screenplay for the film version.

The surreal and, at times, absurd nature of Woman in the Dunes has been compared to existentialist works such as Sartre''s No Exit and Beckett''s Happy Days. Aside from its intriguing premise, this film is notable for the life that Teshigahara brings to the ever shifting sand, which almost becomes a character in its own right.

An entomologist named Niki Junpei (played in the film by Eiji Okada) is on an expedition to collect insects in an area of sand dunes. When he misses the last bus back, a group of locals suggest he stays the night in their village. They send him down a rope ladder to a house at the bottom of a sandpit, where a young widow (played by Kyoko Kishida) lives alone. She has been tasked by the villagers with digging sand to be sold to the cities, mostly under the table (sand with salt should not be used for construction purposes), and with preventing the sands from destroying the house (if her house succumbs to the desert then the other houses in the village will be threatened).

When Junpei tries to leave the next morning he finds the ladder removed. The villagers inform him that he must help the widow in her endless task of digging sand. Junpei initially tries to escape; upon failing he takes the widow captive but is forced to release her in order to receive water from the villagers.

Junpei eventually becomes the widow''s lover and resigns himself to his fate. Through his persistent effort on trapping a crow for messenger, he discovers a way to draw water from the damp sand at night. He thus becomes absorbed in the task of perfecting his technology and adapts to his "trapped" life. The focus of the film shifts to the way in which the couple cope with the oppressiveness of their condition, and the power of their physical attraction in spite of—or possibly because of—their situation.

At the end of the film Junpei gets his chance to escape, but he chooses to prolong his stay in the dune, in part because the woman is already pregnant with his child. A report after seven years declaring him missing is then shown hanging from a wall, written by the police and signed by his mother Shino.

Awards
The film adaptation of Woman in the Dunes won the Special Jury Prize at the 1964 Cannes film festival and, somewhat unusually for an avant-garde film, was nominated for the Best Foreign Language Film Oscar in the same year (losing out to Italian film Yesterday, Today and Tomorrow). In 1965 Teshigahara was nominated for the Best Director Oscar (finishing behind Robert Wise for The Sound of Music).

 

 

 


เข้าชม : 7781    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originAsian: curious: ArtAndErotic: BlackAndWhite: BeautifulPicture: SubtitleThai: SubtitleEnglish: recommend



หนังเอเชียเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ