[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

INDY MOVIE REVIEW
 
Lizzie Borden Took an Ax (2014)
 (บรรยายอังกฤษ)
 
   
 

Director:Nick Gomez  Producer:Michael Mahoney Screenplay by:Stephen Kay Music by: Tree Adams

Cinematography by: Steve Cosens Editing by:Henk Van Eeghen Running time:91 min  Country:USA Language:English Genre:Crime,Drama,Mystery  Subtitle:English  Starring: Christina Ricci ... Lizzie Borden, Clea DuVall ... Emma Borden,
Gregg Henry ... Hosea Knowlton
, Stephen McHattie ... Andrew Borden, Shawn Doyle ... Marshall Hilliard,

Sara Botsford ... Abby Morse Borden, Hannah Anderson ... Bridget Sullivan, Andrea Runge ... Alice Russell,
Billy Campbell ... Andrew Jennings
, Jason Chemij ... Soldier Mike

 

 

 คริสติน่า ริชชี่ สวมบทบาทเป็น ลิซซี่ บอร์เด็น ผู้ที่ถูกเชื่อว่าเป็นฆาตรกรโหดในตำนาน แต่ก็มีก็มีสมติฐานที่แตกต่างออกไป แต่ถึงอย่างไรนี่ก็คือคดีฆาตรกรรมโหดที่สุดในอดีตคดีหนึ่งถูกจารึกในการจัดอันดับคดีโหดของโลก

 

(บทความนี้ตัดมาจาก..http://writer.dek-d.com/cammy/story/viewlongc.php?id=676433&chapter=5
 ..ขอขอบคุณท่านผู้เขียนมา ณ.ที่นี้)

ฆาตกรโหดสะท้านโลกแฟ้มลับคดีพิศวง  

Lizzie Borden ขวานของลิซซี่ บอร์เด็น


"คดีฆาตกรรมที่กลายเป็นตำนาน"

 

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 1892 เกิดคดีฆาตกรรมโหดสะท้านโลกขึ้น ที่เมืองฟอล์ริเวอร์ รัฐแมสซาซูเสทท์  เช้าวันนั้นอากาศในเมืองร้อนสูงถึง 100 องศา เมี่อนายแอนดรูว์ บอร์เดนเศรษฐีที่มั่งคั่งของเมืองและนางแอบบี้ภรรยาคนที่สอง ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมในบ้านของตัวเอง นายแอนดรูว์ถูกฆ่าด้วยขวานที่โดนสับหน้าจนเละตายคาโซฟา ส่วนภรรยาของเขาถูกฆ่าที่ชั้นบนโดยอาวุธชนิดเดียวกัน เหตุการณ์เหล่านี้มีผู้คนขนานนามมันว่า เป็นหนึ่งในคดีอาชญากรรมที่ขี้ขลาดและโหดร้ายที่สุดเท่าที่มีมาในรัฐแมสซาซูเสทท์ เนื่องจากเกิดเหตุเป็นช่วงใกล้ตอนกลางวัน ใจกลางของเมืองที่เต็มไปด้วยคนสัญจรไปมา

ภายหลังเป็นการจับกุมผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งชื่อ ลิซซี่ เบอร์เดน เธอเป็นลูกสาวของนายแอนดรูว์และลูกเลี้ยงของนางแอบบี้และเป็นคนดังของเมือง ทำให้คดีนี้กลายเป็นที่หลงใหล  จนกลายเป็นตำนานมายาวนานกว่า 100 ปีที่หลายๆ คนไม่ลืมเลื่อนในที่สุด

 

  

ลิซซี่ เบอร์เด็น(Lizzie Borden)

 

ลิซซี่ เบอร์เด็น เป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมพ่อและแม่เลี้ยงของเธอ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 1892 ในเมืองฟอล์ ริเวอร์ รัฐแมสซาซูเสทท์ ประเทศสหรัฐอเมริกา จนกลายเป็นคดีที่โด่งดังคดีหนึ่งของโลก แม้ลิซซี่ เบอร์เด็นจะพ้นผิดและกลายเป็นคดีฆาตกรรมปริศนาที่ยังไม่สามารถไขออกจนถึงทุกวันนี้ หากแต่หลายคนเชื่อว่าเธอเป็นฆาตกรในคดีนี้แน่ๆ จนทำให้เรื่องราวของเธอถูกนำไปใช้ในสื่อวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นเพลง การ์ตูน และอาชญาวิทยา

ลิซซี่ เบอร์เด็นมีชื่อเต็มๆ ว่า แอนดรูว์ ลิซซี่ บอร์เดน เกิดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 1860 ในครอบครัวที่ร่ำรวยแห่งเมืองฟอล์ ริเวอร์ รัฐแมสซาซูเสทท์ เป็นบุตรของนายแอนดรูว์ แจ็คสัน บอร์เดน นอกจากนี้ยังเธอมีพี่สาวคนหนึ่งชื่อเอ็มมา เบอร์เดนที่อายุห่างประมาณ 7 ปี

 

  

แอนดรูว์ บอร์เดนพ่อของลิซซี่

 

แอนดรูว์ บอร์เดนพ่อของลิซซี่ เป็นเศรษฐีคนดังในท้องถิ่นที่มีอิทธิพลที่สุดในเมืองในเวลานั้น เขาเป็นเจ้าของกิจการธนาคารที่มีการเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงภูมิใจในความสามารถทางธุรกิจของเขา แต่กระนั้นโดยชีวิตส่วนตัวเขากับครอบครัวกลับอยู่บ้านซ่อมซ่อแทนที่จะมีชีวิตสุขสบายในบ้านใหญ่กว่านั้น และในวันเกิดเหตุคดีฆาตกรรมเขามีอายุ 70 ปี

 

  

นางแอบบี้ เบอร์เดน

 

ต่อมาลิซซี่ เบอร์เดนสูญเสียแม่ นายแอนดรูว์จึงตัดสินใจที่จะแต่งงานใหม่กับหญิงคนหนึ่งชื่อ นางแอบบี้ เบอร์เดน ผู้หญิงที่ค่อนข้างขี้อาย อ้วน และเตี้ย เธอขึ้นคานจนกระทั้งอายุ 36 เมื่อเธอตัดสินใจตกลงแต่งงานกับพ่อม่ายแอนดรูว์ ทำให้นางแอบบี้ต้องเป็นแม่เลี้ยงของเบอร์เดนโดยปริยาย แต่ดูเหมือนว่าลิซซี่จะไม่ค่อยชอบหน้าแม่ใหม่มากนัก เพราะนางไม่เคยทำตัวสมเป็นแม่ของเอ็มม่าและลิซซี่เลย ทั้งคู่มักทะเลาะเมื่อพบเห็นหน้า ทำให้ทั้งคู่มักจะหลีกเลี่ยงการร่วมโต๊ะรับประทานอาหารอยู่เสมอ นั่นเองที่ทำให้ลิซซี่เรียกเธอว่า เบอร์เดน มากกว่าคำว่า แม่ และในวันเกิดเหตุคดีฆาตกรรมเธอมีอายุ 63 ปี

 

  

เอ็มม่า เบอร์เดน

 

                ในวันที่เกิดเหตุฆาตกรรม ลิซซี่ บอร์เดนในขณะนั้นมีอายุ 32 ปี(ส่วนเอ็มม่าอายุ 41 ปีในวันเกิดเหตุฆาตกรรม) ที่ไม่สามารถหาคู่ครอง สาเหตุเป็นเพราะหน้าตาเธอไม่สวย จืดชืด อ้วน แต่เธอมีจุดเด่นที่ดวงตาที่สุกใสเป็นประกาย มีนิสัยอดกลั้น และชอบช่วยเหลือสังคม เคยเข้าร่วมสมาพันธ์การละเว้นของมึนเมาของผู้หญิงคริสเตียน เป็นทั้งเลขานุการ สมาคมคริสเตียนท้องถิ่นและเป็นครูสอนภาษาให้กับคนจีนในโบสถ์ท้องถิ่นในวันอาทิตย์ จนชาวเมืองต่างยกย่องนับถือในความมีน้ำใจของเธอ แต่กระนั้นเวลาว่างส่วนมากของลิซซี่เธอมักใช้เวลาในการตกปลา และมักครุ่นความคิดอยู่ในห้องของเธออยู่คนเดียวมากกว่า

                ครอบครัวของลิซซี่อาศัยอยู่ บ้านเลขที่ 92 ถนนเซ็กกั้นสตรี แม้ตระกูลนี้จะร่ำรวยแต่บ้านค่อนข้างซ่อมซ่อ เก่าแก่ แต่ก็สะดวกสบาย มีปล่องไฟ มีเครื่องอำนวยความสะดวกได้ใช้ยามจำเป็น แต่ทั้งบ้านนี้มีห้องน้ำใช้ห้องเดียว และก๊อกน้ำก็มีเพียงก๊อกเดียวเท่านั้นที่มีน้ำไหล สาเหตุก็เพราะตาเฒ่าแอนดรูว์ บอร์เดน ค่อนข้างเป็นคนที่ดื้อดึง ตระหนี่ ขี้เหนียว พอๆ กับนางแอบบี้ เบอร์เดน ภรรยาคนที่สองของแอนดรูว์ แม้กระทั้งลิซซี่ก็ติดนิสัยนี้มาจากพ่อ เธอชอบใส่เสื้อซ้ำซาก 10 ปี ไม่เคยซื้อเสื้อใหม่ จนสีซีดก็ไม่เคยเลิกใส่

 

  

บริดเจ็ท สาวใช้

 

                นอกเหนือจากสมาชิก 4 คนในบ้านนี้ ยังมีสาวใช้ชื่อบริดเจ็ท เธอเป็นสาวใช้ที่รับใช้ในตระกูลนี้มานานหลายปี เธอเป็นสาวชาวไอริชอพยพมาจากไอร์แลนด์ในปี 1886 ที่ขยันแข็งแรง (ในวันเกิดเหตุฆาตกรรมเธออายุ 26 ปี)

ลิซซี่และแอบบี้ต่างหักเหลี่ยมช่วงชิงกันกันตั้งแต่นางแอบบี้เข้ามาอยู่อาศัยกับครอบครัวเบอร์เดน เนื่องจากลิซซี่ไม่ต้องการให้พ่อยกทรัพย์สมบัติที่มีมากมายมหาศาลให้แก่แม่เลี้ยงคนนี้ เพราะเธอเกลียดแม่เลี้ยงเข้ากระดูกดำ

สงครามเย็นของหญิงทั้งสองก็สิ้นสุดลงเมื่อ ปี ค.ศ. 1892 เมื่อลิซซี่ทราบข่าวมาว่าพ่อของเธอยกที่ดินให้กับญาติแม่เลี้ยง และมีแนวโน้มว่าจะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับเธอ หลังรู้ข่าวลิซซี่แค้นมาก เธอไม่มีวันให้อภัยและลืมมันได้เลย เรื่องนี้ได้รบกวนจิตใจของลิซซี่ตลอดเวลา

จนกระทั้งถึงวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ.1892

 

  

บ้านเลขที่ 92 ถนนเซ็กกั้นสตรี

 

เวลา 06:15 น. วันนั้นเป็นวันที่ร้อนอบอ้าว แดดแผดเปรี้ยง อุณหภูมิปาเข้าไป 30 องศา อาหารเช้า ประจำโต๊ะของครอบครัวบอร์เดนมีแต่ซุปเห็ดกระดุมและเห็ดกระดุมอบ เนื่องจากครอบครัวของเบอร์เดนได้เห็ดกระดุมมาเป็นจำนวนมากเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ต้องทนกินเห็ดกระดุมมาทุกๆ มื้อหลายวันติดกัน บวกกับนายแอนดรูว์เป็นคนขี้เหนียวจัดเสียดายของกิน 

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่อาหารจะเสีย เนื่องจากเก็บเป็นเวลานานและอากาศร้อน นายแอนดรูว์และแอบบี้ ตลอดจนพี่เขยนายแอนดรูว์ พี่ชายของนางแอบบี้ที่มาเยี่ยมเยือนก็โดนอาหารเป็นพิษเล่นงานด้วย บริดเจ็ดคนใช้ก็ยังโดนฤทธิ์อาหารเป็นพิษจนหมดเรี่ยวหมดแรง ส่วนสมาชิกครอบครัวเบอร์เดนคนอื่นที่เหลือ ก็มีลิซซี่ที่ตื่นสาย ไม่กินอาหารเช้าเพราะรู้สึกไม่สบายใจเพราะเป็นประจำเดือน ส่วนเอ็มมาไปค้างคืนกับเพื่อนที่อื่นทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอาหารเป็นพิษมือเช้านี้

เวลา 08:45 น. พี่ชายของนางแอบบี้ขอลากลับบ้าน

หลังจากนั้นนางแอบบี้ทำความสะอาดห้องรับแขกพักใหญ่ ก่อนที่จะขึ้นไปพักที่ห้องข้างบน เพราะเธอยังอ่อนเพลียจากอาหารเป็นพิษอยู่ ส่วนนายบอร์เดนเข้าไปทำธุระในเมือง ขณะที่บริดเจ็ดทำความสะอาดหน้าต่างด้านล่างอยู่ชั้นล่าง

เวลา 09:00 น แอบบี้สั่งบริดเจ็ดให้ทำความสะอาดกระจกหน้าต่าง ก่อนที่เธอจะขึ้นชั้นบนเพื่อจะเตรียมตัวออกไปทำธุระที่ข้างนอก

เวลา 10:45 น. นายแอนดรูว์กลับมาจากที่ทำงานมาบ้าน ก่อนที่จะขอตัวไปนอนพักที่ห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นห้องที่เย็นกว่าห้องอื่นๆ โดยใช้โซฟารับแขกเป็นที่นอน

เวลา 10:58 น. บริดเจ็ททำความสะอาดหน้าต่างของบ้าน ส่วนลิซซี่ก็จัดแจงกางแผ่นกระดานรองรีด แล้วตั้งต้นรีดผ้าเช็ดหน้า ก่อนที่ 2 นาทีต่อมาบริดเจ็ทก็ขอตัวลิซซี่ไปนอนพักที่ห้องใต้หลังคาของบ้านเนื่องจากอ่อนเพลียจากอาหารเป็นพิษ

                เวลา 11:10 น. ในขณะที่บริดเจ็ดกำลังพักผ่อน เธอก็ได้สะดุ้งเมื่อยินเสียงลิซซี่ตะโกนมาข้างบนบอกให้เธอลงมา

                "บริดเจ็ด! บริดเจ็ด! ลงมานี้หน่อย"

                บริดเจ็ดลุกจากเตียง "เกิดอะไรขึ้นค่ะคุณลิซซี่"           

"ลงมาเร็วๆ พ่อตายแล้ว ใครไม่รู้ฆ่าพ่อ"

                บริดเจ็ดได้ยินเสียงและลงมาข้างล่างเพื่อตรงมาห้องนั่งเล่น แต่ลิซซี่ขวางไว้ "อย่า! อย่า! เข้าไปข้างใน ไปตามหมอโบเวนมาเร็ว"

                บริดเจ็ทออกจากบ้านแล้วรีบไปหาหมอโฐเวน แต่เธอไม่พบหมอ เธอจึงฝากเรื่องนี้ไว้กับภรรยาหมอแทน แล้วเธอรีบกลับมาที่บ้านเลขที่ 92 ถนนเซ็กกั้นสตรีททันที และลิซซี่ก็ส่งเธอไปเรียกนางเซอร์ซิสเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ไม่กี่บล็อกถัดไป

                "มันเกิดขึ้นได้ไงค่ะ" เธอคว่ำครวญ "คุณลิซซี่อยู่ไหนค่ะตอนที่เกิดเรื่อง"

                "ฉันอยู่ในโรงนาและได้ยินเสียงพ่อในบ้าน" ลิซซี่ถอนหายใจ "พอฉันกลับมาเข้าอีกทีประตูก็เปิดอ้าอยู่แล้ว"

                นางเซอร์ซิส ผู้เป็นเพื่อนบ้านเห็นทั้งคู่โวยวาย และทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น เธอเปิดประตูเข้าไปกับบริดเจ็ทก็พบภาพที่ชวนสยดสยอง

               

  

ศพของแอนดรูว์ แจ็คสัน บอร์เด็น

 

แอนดรูว์ แจ็คสัน บอร์เด็น ที่เพิ่งเข้าบ้านไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนอนจมกองเลือดตายคาโซฟารับแขกที่เขาใช้นอนพัก  ศีรษะเละมากจนดูไม่ออกว่าเป็นใคร ที่ข้างแก้มมีรอยฟัน 11 แผล แผลหนึ่งผ่าเข้ากลางดวงตา นัยน์ตาปลิ้น เป็นแผลหนึ่งเกือบจะตัดจมูกหลุดออกไป เลือดกระจายเต็มพื้น ผนัง โซฟา แต่แอนดรูว์ไม่มีร่องรอยการเคลื่อนไหวหรือต่อสู้แต่อย่างใด ฆาตกรคงฆ่าเขาในขณะที่นอนหลับอยู่

                เวลา 11:15 น. ตำรวจรับแจ้งความ

เวลา 11:30 น. นายแพทย์โบเวนก็มาถึงบ้านเลขที่ 92 เซคันด์สตรีทของตระกูลเบอร์เด็น ระหว่างนี้พวกเขาถามลิซซี่ว่านางเบอร์เดนอยู่ที่ไหน ลิซซี่บอกว่าไปเยี่ยมเพื่อนบ้าน ก่อนที่ในเวลาในไม่นานลิซซี่ก็ตอบอีกว่าเธอได้ยินเสียงแม่เลี้ยงกลับมาแล้วที่ข้างบนและน่ากลัวว่าเธอจะถูกฆาตกรรม

 

 
ศพของแอนดรูว์ แอบบี้ บอร์เด็น

 

ทั้งหมดจึงรีบขึ้นไปดูที่ชั้นสองของบ้าน เมื่อเห็นประตูข้างบนเปิดแง้มอยู่ พวกเขาก็ได้พบศพนางแอบบี้นอนตายในห้องรับแขกที่ห้องที่เธอทำความสะอาด เธอถูกฆาตกรฆ่าโดยใช้อาวุธสังหารเหมือนสามี หากแต่สภาพเละยิ่งกว่า ที่ศีรษะและหลังมีรอยโดนฟัน 19 รอย รอยเลือดนั้นแห้งและเริ่มเป็นสีคล้ำ แสดงว่านางแอบบี้ บอร์เดนเสียชีวิตก่อนสามีของเธอมาครู่หนึ่งแล้ว

เวลา 11:45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ชันสูตรมาถึงที่เกิดเหตุ

ผลชันสูตรศพอย่างละเอียดพบว่าเหยื่อทั้งสองถูกฆาตกรฆ่าด้วยอาวุธเดียวกันที่มีความคมและรุนแรงถึงกับทำให้ศีรษะของคนทั้งสองจมกับคมมีด กะโหลกแตกยับ ซึ่งสันนิษฐานว่าต้องเป็นขวาน ส่วนเวลาการตายสันนิษฐานว่าแอบบี้น่าถูกฆ่าตายประมาณ 9 โมงเช้า แสดงว่าเธอถูกฆ่าก่อนแอนดรูว์นานถึง 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว ดังนั้นฆาตกรที่เป็นคนจากภายนอกนั้นมีน้อยมาก แม้ว่านายแอนดรูว์ไม่ใช้คนที่ใครๆ ในเมืองชื่นชอบมากนัก และต้องการที่จะเห็นเขาตายอย่างยิ่ง แต่ถึงกับวางแผนฆ่าเขาแบบใจเย็นแบบนี้นั่นแทบเป็นไปไม่ได้เลย

จากการสอบถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ในเวลาเกิดเหตุ ในบ้านมีเพียงลิซซี่และสาวใช้บริดเจ็ดเท่านั้น หากบริดเจ็ทเป็นฆาตกรก็ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะเธอไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรจากคดีฆาตกรรมนี้เลย ดังนั้นคนที่ถูกสงสัยมากที่สุดคือลิซซี่ เบอร์เดน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับได้ว่าคำอ้างของลิซซี่ที่อยู่โรงครัวนั้นเป็นเรื่องโกหก ลิซซี่ไม่เคยไปโรงนา พื้นโรงนาแห้งมีฝุ่นจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบโรงนาคนแรกสาบานว่าไม่มีรอยเท้าแม้แต่รอยเดียวบนฟื้นฝุ่น แสดงเธอกำลังโกหกคำโตเพื่อปกปิดความจริงบางอย่างอยู่

 

  

ขวานที่คาดว่าจะเป็นอาวุธสังหาร

 

ในเวลาต่อมาในห้องเก็บของบ้านใต้ถุนบ้าน ตำรวจพบขวานที่คาดว่าจะเป็นอาวุธสังหาร แม้มันจะสะอาดเกินไปก็ตาม(ภายหลังหลักฐานนี้ตกไป เพราะว่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านนิติฯ กล่าวว่าฆาตกรไม่มีเวลาในการทำความสะอาดขวานหลังฆ่าเหยื่อ)

                ลิซซี่กลายเป็นผู้ต้องสงสัย แต่เธอเป็นคนในตระกูลบอร์เดน สุภาพสตรีที่คนอื่นนับหน้าถือตามากที่สุดในเมืองฟอลล์ริวอร์  ในยามที่เธอเห็นร่างผู้ให้กำเนิดนอนจมกองเลือดนั้น เธอยังเยือกเย็นเหมือนน้ำแข็ง เธอพูดเรียบๆ ว่า "ดิฉันอยากให้สัปเหร่อวินวู้เป็นคนฝังท่าน"

                ชาวบ้านในเมืองฟอลล์ ริเวอร์ เมื่อทราบข่าวต่างตระหนกสั่นขวัญหายไปถ้วนหน้า และทุกคนต่างสงสัยว่าคนที่สังหารสองสามีภรรยาเบอร์เดนอาจเป็นพี่เขยของนายแอนดรูว์ที่พักอยู่ด้วยกันในบ้าน ผู้คนเริ่มจับกลุ่มกันตามล่าเพื่อไม่ให้เขาหลบหนีออกนอกเมือง และมีข่าวลือตลอดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมเขาเร็วๆ นี้

                นั้นเป็นแค่ข่าวลือ ความจริงแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้คิดที่จะจับพี่เขยของนายแอนดรูว์สักนิด พวกเขากลับพุ่งความสนใจลิซซี่ บอร์เดน น้องสาวคนเล็กของครอบครัวแทน เหตุผลก็ง่ายๆ ก็คือเธอดูเยือกเย็นสุขุมและเฉยเมยผิดปกติ ทั้งที่มีคนถูกฆ่าในบ้านถึง 2 คน และยังเป็นพ่อและแม่เลี้ยงของเธอเอง  ตรงกันข้ามสาวใช้บริดเจ็ทที่แสดงอาการหวาดผวาประสาทจนแทบจะเป็นบ้า

วันที่ 5 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบข้อมูลใหม่ นั้นคือก่อนเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมสองวันก่อน ลิซซี่ บอร์เดนไปที่ร้านขายยาในเมือง และขอซื้อกรดไซยาไนด์จำนวนหนึ่ง แต่เธอหาซื้อไม่ได้ ประกอบกับอาการพ่อแม่ของเธอมีอาการปวดท้องมาเป็นเวลาหลายวันแล้วคาดว่าทั้งคู่คงจะถูกวางยา ทำให้ข้อสันนิษฐานว่าลิซซี่เป็นฆาตกรยิ่งมีมากยิ่งขึ้น

                วันที่ 6 สิงหาคม ในวันเสาร์ มีการจัดวันพิธีศพสำหรับแอบบี้และแอนดรูว์ บอร์เดน มีคนมากกว่า 4,000 คนมาร่วมงาน ทุกคนในครอบครัวต่างร้องไห้หน้าหลุมศพ ยกเว้นลิซซี่!

ศพของนายแอนดรูว์และภรรยาถูกฝังยกเว้นศีรษะ เพราะฝ่ายนิติเวศต้องการนำไปตรวจสอบหาตัวฆาตกรต่อไป

วันถัดมา ลิซซี่แจ้งข่าวประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า ยินดีที่จะจ่ายเงินรางวัล 5000ดอลลาร์สำหรับใครก็ตามที่ตามล่าหรือแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับฆาตกรที่ฆ่านายแอนดรูว์ เจ.บอร์เดนและภรรยาได้

วันที่ 7 สิงหาคม มีคนเห็นลิซซี่เผาเสื้อผ้าเก่าทิ้ง ลิซซี่บอกเหตุผลแก่เพื่อนว่า "มันเปื้อนสี" เพื่อนได้ห้ามเธอเพราะจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเป็นการทำลายหลักฐาน และลิซซี่ก็ทำตาม ซึ่งเพื่อนของลิซซี่ก็แปลกเพราะลิซซี่เป็นคนตระหนี่ขี้เหนียว เธอไม่ใช่คนเผาเสื้ออายุ 10 ปีทิ้งแน่ แม้เงินสักเพนนีก็ไม่เคยกระเด็นออกมา ซึ่งภายหลังเสื้อเปื้อนสีที่มีรอยไหม้นี้ก็ถูกนำมาใช้ในการพิจารณาในศาลด้วย(หากแต่ผลการตรวจสอบแล้วเสื้อที่ว่าไม่มีรอยเปื้อนของเลือดเลย)

                วันที่ 11 สิงหาคม ตำรวจเมืองฟอลล์ริเวอร์จับกุมลิซซี่ บอร์เดน ในข้อหาฆาตกรรมพ่อและแม่เลี้ยง เธอถูกส่งเข้าคุกเพื่อรอการขึ้นศาล

 

  

ลิซซี่ เบอร์เดนในศาล

 

วันที่ 22 สิงหาคม ถึง วันที่ 28 สิงหาคม ในวันพิจารณาคดีของลิซซี่ อากาศภายนอกร้อนมากถึง 93 องศาฟาเรนไฮต์ แต่ข้างในกลับร้อนกว่า ลิซซี่ถูกนำตัวขึ้นศาล เธอวางตัวด้วยมาดผู้ดี แต่งกายที่เรียบร้อย ทำให้คณะลูกขุนไม่เชื่อว่าเธอเป็นฆาตกร และทุกครั้งที่เธอปรากฏขึ้นศาลประชาชนต้องเข้ามาเต็มศาลทุกครั้ง พร้อมกันนี้พวกเขาก็มอบทั้งดอกไม้และข้อความให้กำลังใจแก่เธอมากมาย

                อัยการได้ตั้งข้อสันนิษฐาน สาเหตุที่ลิซซี่ก่อนเหตุฆาตกรรมนายแอนดรูว์และภรรยาว่า เธอเกลียดชังพ่อและแม่เลี้ยงของเธอ โดยเฉพาะพ่อที่มีจิตใจคับแคบและปกครองแบบเผด็จการจนเป็นที่เลื่องลือของเมืองแห่งนี้ ทำให้เธอทนไม่ไหว เธอรอคอยหาโอกาสเหมาะๆ ในการสังหารบุคคลทั้งสอง เธอคอยจนกระทั้งพี่สาวเธออกนอกบ้าน แล้วก่อนจะถึงวันที่ 3 สิงหาคม เธอซื้อยาเพื่อจัดการกับพวกเขา แต่คนขายไม่ยอมขายยานั้นกับเธอ แต่เธอก็หาซื้อจนได้ วันพุธ 3 สิงหาคม เธอแอบโรยยาพิษลงอาหาร และใส่จำนวนเล็กน้อยให้กับตัวเอง เพื่อกันคนอื่นไม่ให้สงสัย แต่ยานั้นกลับไม่รุนแรงพอที่จะให้พวกเขาเสียชีวิต (แต่ปัจจุบันมีการวิเคราะห์ว่าเพราะอาหารเป็นพิษมากกว่า)

                เมื่อวิธีวางยาไม่ได้ผล เธอเลยวางแผนใหม่จนกระทั้งถึง เช้าวันที่ 4 สิงหาคม เมื่อพ่อของเธอออกจากบ้านไป เธอนำขวานออกจากห้องใต้ถุน ย่องขึ้นไปข้างบน ฟันแม่เลี้ยงอย่างเมามันจนถึงแก่ความตาย เธอมีเวลาอีกกว่าชั่วโมงในการล้างคราบเลือดก่อนที่พ่อจะกลับบ้าน

                เมื่อพ่อเธอของลิซซี่กลับมาถึงบ้านแล้วนอนพัก เธอก็ฆ่าเขาด้วยขวาน เธอยังมีอีก 10 นาที เพื่อซ่อนขวานและล้างรอยเลือดก่อนเรียกบริดเจ็ทมาบอกว่าพ่อตายแล้ว เมื่อบริดเจ็ดถามหานางบอร์เดนเธอก็บอกว่านางบอร์เดนไปเยี่ยมคนป่วย ทั้งๆ ที่ภายหลังปรากฏว่าแม่เลี้ยงเสียชีวิตไปแล้วนานกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนที่จดหมายมาถึงเสียอีก

 

  

ลิซซี่ เบอร์เดนในศาล

 

                ข้อสันนิษฐานนี้ถูกยอมรับจนถึงปัจจุบันสำหรับคนที่เชื่อว่าลิซซี่คือฆาตกร แต่จุดอ่อนของคดีนี้ที่จะเอาผิดกับลิซซี่คือพวกเขาไม่มีหลักฐานที่เด่นชัดในการเอาผิดเธอ อีกทั้งพยานที่ได้ก็ไม่ค่อยมีน้ำหนักให้คณะลูกขุนเชื่อถือได้ บวกกับทนายความที่ลิซซี่จ้าง เป็นทนายชื่อดังชื่อจอร์จ โรบินสัน เคยเป็นผู้ว่าการคนก่อนที่ทำให้เรื่องยุติธรรมในศาลเริ่มไม่ยุติธรรมเพราะ 1 ใน 3 ของผู้พิพากษาเป็นพวกของโรบินสัน อีกทั้งยังใช้วิธีจิตวิทยาในการสร้างภาพลิซซี่ให้เป็นสาวผู้บริสุทธิ์ เคร่งศาสนา กลัวบาป เงียบขรึมและน่าเคารพ จนชาวเมืองฟอล์ ริเวอร์ไม่เชื่อว่าเธอจะเป็นฆาตกรใจโหดเหี้ยมที่ฆ่าพ่อและแม่เลี้ยงได้ลง พวกหนังสือพิมพ์ องค์การทางศาสนาและองค์การทางเศรษฐกิจซึ่งมีตระกูลเบอร์เดนอยู่เบื้องหลัง ได้รวมตัวกันใช้วิธีต่างๆนานากดดันและศาลคณะลูกขุนอย่างยิ่งยวด รัฐถูกประณามว่าชั่วร้าย เก่งแต่ข่มเหงผู้หญิง

                วันที่ 7 สิงหาคม หลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีถูกนำมาใช้ประกอบคดีในศาล มีหัวขวานที่พบในห้องเก็บของบ้าน เสื้อผ้าของลิซซี่ เศษกะโหลกศีรษะของพ่อและแม่เลี้ยง หลายครั้งที่มีการพิจารณาคดีลิซซี่มักแสดงอาการตกใจหรือเป็นลมจนแทบหมดสติ แต่นี้ยังไม่สามารถให้เธอสารภาพได้

                วันที่ 2 ธันวาคม วันสุดท้ายของการพิจารณาคดี  ลิซซี่ยังนิ่งเงียบ ทนายของเธอสรุปคดีวิงวอนคณะลูกขุนให้ปล่อยเธอเป็นอิสระ หรือไม่พวกเขาต้องรับประณามเพราะจับเธอแขวนคอ เขาบอกคณะลูกขุนว่าเมื่อตอนแอนดรูว์ บอร์เดนซึ่งเป็นพ่อของเธอจากไปนั้น เขายังสวมแหวนที่เธอไห้เป็นของขวัญจนวาระสุดท้ายของชีวิต

                "ถ้าท่านคิดว่าเธอผิด ดูซิครับใบหน้าแบบนี้คือใบหน้าฆาตกรใจโหดหรือไม่"

                คณะลูกขุนทั้งสิบสองท่าน มองดูลูกสาวคนเล็กของครอบครัวบอร์เดนที่กล่าวหาว่าเป็นฆาตกร ดวงตาโตดูเลื่อนลอย ดวงตาที่ไม่มีน้ำตาสักหยดแก่การจากไปของพ่อ แต่ทนายความก็อ้างว่า

                "ตาที่ไม่ร้องไห้ คือตาที่เศร้าที่สุด"

                ท่านผู้พิพากษาหันมาหาเธอแล้วถามว่า "คุณลิซซี่ บอร์เดน มีอะไรจะพูดกับคณะลูกขุนหรือไม่"

                ลิซซี่ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ก้มศีรษะคำนับให้ท่านผู้พิพากษา แล้วจับตาแน่วแน่ไปที่คณะลูกขุน เธอกล่าวสั้นๆ ว่า "ดิฉันคือผู้บริสุทธิ์ ขอให้ทนายเป็นคนพูดแทนดิฉันดีกว่า" นี้คือคำพูดของลิซซี่ บอร์เดน ที่กล่าวไว้ก่อนการตัดสิน

                คณะลูกขุนหันไปประชุมแล้วลงคะแนน ผลสรุปที่ได้คือ"เธอบริสุทธิ์"

                เสียงโฮ่ร้องอื้ออึงไปทั่วห้องพิจารณาคดี ลิซซี่ทรุดลงนั่งและเริ่มต้นร้องไห้ด้วยความโล่งอกที่ไม่ถูกแขวนคอ ก่อนเธอที่จะพูดว่า "พาฉันกลับบ้าน" เธอพึงพำ "พาฉันกลับบ้านเถอะ ฉันอยากกลับบ้าน"

 

  

ลิซซี่ เบอร์เดนในการ์ตูนล้อเลียน

 

นี้คือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของเมืองฟอล์ ริเวอร์ และบรรยากาศการตัดสินของศาลของลิซซี่ เบอร์เดนในเวลานั้น ลิซซี่รอดพ้นจากโทษประหาร ต่อมาเธอได้มรดกจากนายแอนดรูว์เป็นเงินกว่า  250000 ดอลลาร์ เธอและพี่สาวนำเงินจำนวนหนึ่งซื้อคฤหาสน์ขนาดใหญ่หลังใหม่และได้ก็อาศัยอยู่ที่นั้นตลอดอายุไขในช่วง 34 ปีที่เหลือ นอกจากนี้เธอยังเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ลิซซาเบธ เอ. เบอร์เดน นับจากนั้นเธอกลายเป็นคนขังตัวเอง โดดเดี่ยว และรังเกียจคนภายนอก จนกระทั้งเธอเสียชีวิตในปี ค.ศ.1927 ด้วยโรคปอดบวม และพี่สาวของเธอเอ็นม่าตายตามลิซซี่ใน 9 ปีต่อมา ศพของพี่น้องสองสาวถูกนำไปฝังในสุสานเก่าแก่โอ๊ค โกล์ฟ ผืนดินของครอบครัวข้างๆ แม่ผู้ให้กำเนิด แม่เลี้ยง พ่อ และอลิซ พี่สาวอีกคนที่ตายตั้งแต่เด็ก

ทางด้านบริดเจ็ทหลังคดีนี้เธอได้แต่งงานและย้ายไปอยู่ที่เมืองหนึ่งในมอนทานา และเธออยู่ที่นั่นจนกระทั้งตายในปี 1948

มีทฤษฏีมากมายที่ถูกนำมาเสนอ หากลิซซี่ไม่ใช่ฆาตกรฆ่าพ่อและแม่เลี้ยงของตนเอง เรื่องที่น่าเป็นไปได้ที่สุดคงจะเป็นสาวใช้แม่บ้านบริดเจ็ทที่เอือมระอาความตระหนี่และความแล้งน้ำใจของพวกบอร์เดนมานาน จนสุดจะทนจนเกิดฆาตกรรมฆ่านายจ้างขึ้น ในวันที่เมืองฟลอลิเวอร์ร้อนอบอ้าวที่สุดในประวัติศาสตร์ เธอเกิดอาหารเป็นพิษทำให้อ่อนเพลีย เธออยากพักแต่นางเบอร์เดนสั่งให้เช็ดกระจกทั้งในและนอกบ้านทั้งหลัง เธอสุดจนทนเลยคว้าขวานจากห้องเก็บของใต้ถุนบ้านแล้วกลับไปที่ห้องนางบอร์เดน และก็ใช้ขวานจามที่หัวของนายหญิงอย่างรุนแรงจนกระทั้งเกือบหมดแรง จากนั้นเธอก็ไปฆ่านายบอร์เดนที่กำลังหลับ  แต่เธอจามขวานครั้งนี้ไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก เพราะเธอเหนื่อยนั่นเอง

อีกทฤษฏีหนึ่งญาติห่างของเบอร์เดนที่ฆ่านายแอนดรูว์ บอร์เดนและภรรยา เนื่องจากนายแอนดรูว์ ปฏิเสธการจ่ายเงินให้กับเขา

                ทฤษฏีล่าสุดว่ากันว่าสองศรีพี่น้องลิซซี่และเอ็มมาร่วมมือในการฆาตกรรม เพราะทั้งสองพี่น้องมักทะเลาะกับบิดาเรื่องกรรมสิทธิ์ของบ้าน จนเป็นเหตุให้ทั้งสองร่วมมือฆาตกรรมพ่อและแม่เลี้ยงในที่สุด

                นอกจากนี้ยังมีการสันนิษฐานแรงจูงใจที่ลิซซี่ฆ่าพ่อและแม่เลี้ยงว่าเธออาจไม่ได้ฆ่าเพราะเรื่องมรดกอย่างเดียว มีทฤษฏีว่าเธออาจฆ่าพ่อและแม่เลี้ยงเนื่องจากเป็นลมบ้าหมู ซึ่งในครอบครัวของเธอเคยชินแล้วกับโรคประจำตัวของเธอ ซึ่งเป็นโรคนี้อย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี หรือเธออาจฆ่าเพราะพ่อของเธอรู้ว่าเธอมีรสนิยมชอบไม้ป่าเดียวกัน หญิงคนนั้นชื่อแน็นซ์ โอ นิส ดาราหญิงยุคหนังเงียบในเวลานั้นที่มีชื่อเสียงว่าเป็นคนค่อนข้างสุรุ่ยสุร่ายและมีปัญหาด้านการเงิน

 

  

บ้านเลขที่ 92 ถนนเซ็กกั้นสตรี(ปัจจุบัน)

 

ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 92 เซคันด์สตรีทสถานที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมในตำนานของเมืองฟอล์ริเวอร์ ได้กลายมาเป็นโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และห้องที่ได้รับความนิยมที่สุดที่แขกผู้มาพักมักจะใช้บริการคือห้องส่วนตัวของลิซซี่เองและห้องพักแขกที่นางแอบบี้ถูกฆ่า นอกจากนี้ยังมีอาหารเช้ามาบริการเป็นซุปเห็ดกระดุมเมนูเดียวกับที่ครอบครัวเบอร์เดนรับประทานในเช้าวันเกิดเหตุ และจุดที่นักท่องเที่ยวชอบถ่ายรูปคือโซฟาเดิมตัวที่แอนดรูว์ถูกฆ่าตาย ต่อมามันก็ถูกขนามนามว่า เป็นหนึ่งในบ้านที่น่ากลัวที่สุดในโลก

แม้ลิซซี่จะถูกตัดสินเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ตาม แต่กระนั้น เรื่องราวของลิซซี่ก็ถูกนำมาใช้ในรูปแบบสื่อต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นฆาตกรตัวจริงของคดีนี้ มีการนำไปแสดงในละครวิทยุ ละครโทรทัศน์ นวนิยาย บทกวี แม้แต่บัลเล่ต์หรือโอเปร่าหรือนำไปล้อเลียนในการ์ตูนหลายเรื่อง เช่น The Simpsons  The Legend of Lizzie Borden(1975) และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งโมเดลและของเล่นด้วย

                เรื่องราวการฆาตกรรมอันน่าสยดสยองของครอบครัวบอร์เดนยังคงเป็นที่จดจำของคนอเมริกา จนเด็กๆ ชาวอเมริกันได้แต่งกลอนร้องเล่นว่า

 

Lizzie Borden took an axe

And gave her mother forty whacks.

When she saw what she had done

She gave her father forty-one.


"
ลิซซี่ บอร์เดนถือขวานมา

ฟันแม่เลี้ยงตั้งสี่สิบครา

เมื่อได้เห็นผลงานนี้

ก็จามพ่ออีกสี่สิบเอ็ดที!"

 

บทกลอนดังกล่าวมีจุดผิดหลายจุดคือ อาวุธที่ก่อคดีไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นขวาน เนื่องจากไม่มีการค้นพบอาวุธในที่เกิดเหตุ จึงได้เดาแต่ลักษณะของบาดแผลเท่านั้น ส่วนแม่เลี้ยงของนางลิซซี่ เบอร์เดนถูกฟันไป 19 แผล ไม่ใช่ 44 แผล ส่วนพ่อของเธอถูกฟันไป 11 ไม่ใช่ 41 แผล

 

เนื้อหาบางส่วนแปลมาจาก

http://en.wikipedia.org/wiki/Lizzie_Borden

 


หนังตัวอย่าง:

 

 


รางวัล:

 

 

Online Film & Television Association 2014

Nominated
OFTA Television Award
Best Costume Design in a Non-Series
Marilyn Vance 

 

 

On a scorching, hot summer day in 1892 in Fall River, Massachusetts, Lizzie Borden returns home to the house she shares with her father Andrew, stepmother Abby and sister Emma. But, unlike any normal day, Lizzie encounters the bloody scene of her parents violently murdered. Police quickly question multiple suspects in town, but evidence keeps pointing back to the Borden''s youngest daughter Lizzie, the seemingly wholesome Sunday school teacher, as the prime suspect. Lizzie''s lawyer, Andrew Jennings, proclaims her innocence arguing that it is inconceivable a woman could commit the heinous crime of brutally murdering her family with an ax. Or is it? Lizzie is put on trial for the murders, both in the courtroom and in the press, sparking a widespread debate about her culpability. As the case rages on, the courtroom proceedings fuel an enormous amount of sensationalized stories and headlines in newspapers throughout the country, forever leaving Lizzie Borden''s name in infamy.


 


เข้าชม : 3508    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: Lesbian: originAmericanCanadianAustralian: recommend: SubtitleEnglish: violent



หนังอเมริกัน และออสเตรเลียเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ