[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

   

INDY MOVIE REVIEWS

 
   
 
   
 

Vivaldi: Ercole su''l Termodonte (2007) (2แผ่นจบ)

(บรรยายอังกฤษ)

 
   

Directer:John Pascoe  Conductor: Alan Curtis  Production Design: John Pascoe

Costume Design: John Pascoe  Music:Antonio Vivaldi    Choreographer: Sara Erde

Running time:136 min   Country:Italy  Language: Italian Genre:Drama Music   

Subtitle: English Starring:Zachary Stains ... Ercole, Mary-Ellen Nesi ... Antiope / Diana,
Laura Cherici ... Martesia, Luca Dordolo ... Alceste, Marina Bartoli ... Ippolita,
Randall Scotting ... Teseo, Filippo Mineccia ... Telamone, Alan Curtis ... Himself - Conductor,
John Pascoe ... Himself - Director

 

   

บทเพลง Four Seasons ของVivaldi


เกร็ดเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานเฮอคิวลิส ที่ควรรู้ก่อนชมโอเปร่าเรื่องนี้..
    เฮอคิวลิสหรืออีกชื่อก็คือ เฮราคลีส (อังกฤษ: Heracles หรือ Herakles)เป็นชื่อเทพองค์หนึ่งในตำนานเทพเจ้ากรีก ชื่อมีความหมายว่า "ความรุ่งโรจน์ของเฮรา" เขาเป็นบุตรของเทพซูสกับนางแอลก์มินี เกิดที่เมืองธีบส์ เป็นหลานของแอมฟิไทรออน และเป็นเหลนของเพอร์ซูส เฮราคลีสนับเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในปกรณัมกรีก ชื่อในตำนานเทพโรมันว่า เฮอร์คิวลีส ซึ่งดัดแปลงเอาเรื่องราวของเขาในปกรณัมกรีกไปใช้
     นับแต่เฮราคลีสเกิดมาก็ตกอยู่ในความริษยาพยาบาทของเทพีเฮรา ซึ่งหึงหวงเทพซูสผู้สามี แม้เฮราคลีสเป็นบุตรเทพซูส แต่กลับมีกำเนิดเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา เมื่อโตขึ้น เฮราคลีสได้แต่งงานกับนางเมการะ มีบุตรสามคน

เทพีเฮราบันดาลให้เขาวิกลจริตและสังหารบุตรภรรยาตายสิ้น เมื่อเขาคืนสติก็จะฆ่าตัวตายตาม แต่ธีซูสเพื่อนสนิทห้ามปรามไว้ แนะให้ไปขอคำพยากรณ์จากวิหารเดลฟี คำพยากรณ์บอกให้เฮราคลีสไปหาท้าวยูริสเทียสและรับทำภารกิจทุกประการตามแต่จะได้รับ เพื่อเป็นการชำระมลทินให้บริสุทธิ์ ท้าวยูริสเทียสสรรหาภารกิจอันเหลือที่มนุษย์จะกระทำได้ เรียกกันว่า "The Twelves Labours of Heracles" หรือ ภารกิจ 12 ประการของเฮราคลีส ได้แก่
1. ปราบสิงโตแห่งนีเมีย
2. สังหารไฮดรา
3. จับกวางในป่าซีไรเนีย
4. จับหมูป่าแห่งเขาอีไรแมนทัส
5. ชำระคอกสัตว์ของท้าวออเจียส
6. สังหารนกกินคน สทิมเฟเลียน
7. จับกระทิงแห่งเกาะครีต
8. จับม้าของไดโอมีดีส
9. ชิงเข็มขัดของนางฮิปโพลีที
10 ชิงฝูงโคของยักษ์จีริออน
11. เก็บผลแอปเปิลทองคำของนางเฮสเพอริดีส
12. เอาหมาสามหัวเซอร์บิรัสมาจากยมโลก
      หลังภารกิจ เฮราคลีสยังได้ร่วมไปกับขบวนนาวิกของเจสัน เพื่อไปค้นหาขนแกะทองคำ และประกอบวีรกรรมอื่นๆ อีกมาก แต่เหมือนบาปกรรมของเฮราคลีสยังไม่สิ้นสุด เขาเกิดวิกลจริตสังหารเพื่อนอีก จนต้องไปเป็นทาสนางออมฟลี ต้องสวมชุดสตรีและทำการงานของผู้หญิง เมื่อพ้นโทษ เขาจึงได้นางเดียไนระเป็นภรรยา
      นางเดียไนระนี้เป็นเหตุแห่งความตายของเฮราคลีส เพราะนางหลงเชื่อคำลวงของเซนทอร์ชื่อ เนสสัส จึงนำเสื้อคลุมเปื้อนเลือดเซนทอร์ซึ่งเป็นยาพิษไปให้เฮราคลีสสวม ด้วยเข้าใจผิดว่าเป็นยาเสน่ห์จะให้เฮราคลีสรักแต่ตนเพียงผู้เดียว เมื่อเฮราคลีสจะตาย เทพซูสจึงบันดาลให้ร่างเขาไหม้เป็นจุณแล้วรับขึ้นสวรรค์ ประทานเทพธิดาฮีบีให้เป็นคู่ครอง

(ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย)


(บทความนี้ตัดมาจาก.. http://www.tumnandd.com/..ขอขอบคุณท่านผู้เขียนมา ณ.ที่นี้)

เฮอร์คิวลิส (hercules) วีรบุรุษแห่งกรีก ที่มีพละกำลังมหาศาล
      Hercules เป็นวีรบุรุษของชาวกรีก ที่แข็งแรงที่สุดในโลก และเขาก็มีความมั่นใจ ในความแข็งแกร่ง ของร่างกายของตนเอง และประเมินความสามารถของเขา เทียบเท่ากับเทพเจ้าเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการประมาณตน ไว้สูงเกินไปเลย เพราะเขาได้ช่วยเทพเจ้า ในการเอาชนะ Giants เขาบ้าบิ่นถึงขนาด ท้าทายเทพ Apollo เพื่อที่จะบังคับเอาคำตอบจาก Oracle ของ Apollo
      อย่างไรก็ตาม เขาไม่ใช่คนที่ฉลาดเท่าไรนัก เป็นคนที่มีอารมณ์ร้อน เขามักจะระเบิดโทสะ ลงบนผู้บริสุทธิ์ และด้วยความที่เขามีพละกำลังมหาศาล ทำให้รุนแรงถึงชีวิต แต่เมื่อเขารู้สึกตัว เขาก็จะรู้สึกเสียใจอย่างมาก และรับการลงโทษทุกชนิด ไม่มีใครสามารถลงโทษเขาไดถ้าเขาไม่เต็มใจ และก็ไม่มีใครสามารถทนทาน การลงโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเขาได้
      ตลอดชีวิตของวีรบุรุษคนนี้ หมดไปกับการไถ่บาป ที่เขาได้ทำครั้งแล้วครั้งเล่า และเขาก็รับการลงโทษ ด้วยความเต็มใจ ถึงแม้ว่า จะเป็นงานที่ไม่มีทางสำเร็จก็ตาม หลายครั้งที่เขาลงโทษตัวเอง ขณะที่คนอื่นๆ ปฏิเสธที่จะลงโทษเขา ความยิ่งใหญ่ของวีรบุรุษคนนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถ ในการประกอบกิจ ที่ยากลำบากทั้งหลาย ได้ด้วยพละกำลังมหาศาล แต่อยู่ที่ความดีของจิตวิญญาณ ที่มีความสำนึกผิด ในบาปที่เขาได้ก่อขึ้น และความเต็มใจ ในการที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อลบล้างความผิดนั้น
ชีวิตของ Hercules  
     Hercules เกิดใน Thebes (ทีบีส) เป็นบุตรของ Zeus ที่เกิดจาก Alcmene (อัลค์-มี-นี) จำแลงมาในรูปของสามีของเธอ Amphitryon (แอมฟิทรีออน) นายพลของ Thebes ระหว่างที่กำลังออกรบ Alcmene มีบุตรชายสองคน Iphicles และ Hercules
      ชื่อกรีกของ Hercules คือ Herakles ซึ่งแปลว่าของขวัญล้ำค่าจาก Hera (แต่เนื่องจากชื่อ Hercules เป็นที่รู้จักกันทั่วไป มากกว่าชื่อกรีก จึงใช้ชื่อละตินเฉพาะชื่อนี้ แต่ตัวละครอื่นๆ มีชื่อเป็นกรีกทั้งหมด) ยิ่งทำให้ Hera โกรธมากยิ่งขึ้น และตั้งใจจะฆ่า Hercules ให้ได้
      เมื่อ Hercules อายุเพียง 1 ปี Hera ส่งงูตัวมหึมาเข้ามาที่ห้องเด็ก เมื่อเด็กๆ ตื่น Iphicles ก็หวีดร้อง ในขณะที่ Hercules บีบคองูมือข้างละตัว เมื่อพ่อแม่ได้ยินเสียง ก็รีบวิ่งมาที่ห้องเด็ก ก็เห็น Hercules นั่งหัวเราะ กำมือแน่นอยู่รอบคองู ที่หมดพิษสง และยื่นซากงูให้ Amphitryon อย่างร่าเริง ทำให้ทุกคนรับรู้ว่า ชะตาชีวิตของเด็กคนนี้ ถูกลิขิตมาให้เป็นคนสำคัญในอนาคต
       โหรตาบอดที่มีชื่อเสียงของ Thebes ชื่อ Teiresias กล่าวว่า “ข้าขอสาบานว่า ทั้งลูกชายของเจ้า และเจ้าผู้ให้กำเนิด จะกลายเป็นตำนานเล่าขานทั่วไป ของชนชาวกรีก บุตรของเจ้าจะเป็นวีรบุรุษ ของมวลมนุษยชาติ”
       Hercules ได้รับการอบรม ตามอย่างที่กุลบุตรชาวกรีกจะได้รับ แต่เขาไม่ชอบวิชาดนตรี เคยถึงกับลงมือเกินกว่าเหต ทำให้ครูสอนเสียชีวิต ถึงแม้ว่าเขาจะเสียใจมากเพียงไร เขาก็ยังทำผิดซ้ำซาก อย่างไรก็ตาม วิชาอื่นๆ ที่ Hercules ชอบ เช่น วิชาดาบ, วิชามวยปล้ำ, วิชาขับรถเทียมม้า อาจารย์ที่สอนวิชาเหล่านี้ ก็มีชีวิตอยู่เป็นปกติสุข
      เมื่อเขาเติบโตเต็มที่ มีอายุได้ 18 ปี เขาก็สามารถ ฆ่าสิงโตได้เพียงลำพัง หลังจากนั้น เขาสามารถพิชิตพวก Minyans ที่เป็นเมืองที่บรรดา ชาวเมืองทีบีส ต้องส่งส่วยให้ เป็นประจำได้สำเร็จ จากงานนี้เอง เขาได้แต่งงานกับเจ้าหญิง Megara เป็นรางวัล เขาเป็นสามีที่ดี และพ่อที่ดีของลูกๆ
      เมื่อเขามีบุตรคนที่สาม Hera ได้ส่งความบ้าคลั่งมาหาเขา ทำให้เขาฆ่าลูกๆ รวมทั้ง Megara ที่พยายามปกป้อง ลูกคนสุดท้อง เมื่อเขาได้สติ เขาก็พบห้องโถงที่เตมไปด้วยคราบเลือด พร้อมกับร่างกายที่ไร้วิญญาณ ของลูกและภริยาของเขา Hercules ยืนนิ่งมีแต่เพียง Amphitryon ที่กล้าเข้ามาหาเขา และเล่าความจริงที่เกิดขึ้นให้ฟัง
      เมื่อเขาได้ทราบเรื่องทั้งหมด Hercules จึงกล่าวว่า “และข้าเป็นคนฆ่าผู้เป็นที่รักของข้าเอง” ถึงแม้ Amphitryon จะพยายามอธิบายว่า เป็นเพราะ Hercules ขาดสติไปชั่วขณะ เขาก็ไม่สามารถที่จะทนดู โดยที่ไม่ลงโทษตัวเองได้ “ข้าสมควรจะชดใช้การตายเหล่านี้ด้วยชีวิตของข้าเอง”
      ก่อนที่ Hercules จะด่วนฆ่าตัวตายไปนั้น ก็พลันเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น ปาฏิหาริย์นี้ไม่ได้เกิดจากเทพเจ้า ลงมาจากสวรรค์ แต่เป็นปาฏิหาริย์ ที่เกิดจากความเป็นเพื่อน Theseus ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขา ยื่นมือออกมาจับมือที่เปื้อนเลือดของ Hercules ไว้ (ซึ่งตามความเชื่อของชาวกรีกทั่วไปว่า Theseus จะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด และมีส่วนในการกระทำของ Hercules ด้วย)
    Theseus กล่าวกับ Hercules ว่า “อย่าตกใจไปเลย อย่าห้ามไม่ให้ข้าได้มีส่วนร่วม ในการกระทำทุกอย่างของเจ้า ความเลวร้ายที่ข้าได้แบ่งเบามาจากเจ้านั้น ไม่ใช่ความเลวร้ายสำหรับข้าเลย และฟังทางนี้ มนุษย์ที่มีจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ สามารถทนแรงกระทำจากสวรรค์ได้ โดยที่ไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ”
Hercules “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าได้ทำอะไรลงไป”
Theseus “ข้ารู้ ความทุกข์ของท่าน แม้แต่สวรรค์ยังรับรู้”
Hercules “ถ้าเช่นนั้นปล่อยให้ข้าได้ตายเถิด”
Theseus “วีรบุรุษไม่เอ่ยคำเช่นนั้นหรอก”
Hercules “นอกจากตายแล้วข้าจะทำอะไรได้” Hercules สำลักถ้อยคำออกมา “ถ้าอยู่หมู่ชนจะติเตียน กล่าวขานว่า ‘คนนั้นนั่นแล ที่ฆ่าทั้งเมียและลูกของเขา’ ข้ามีตราบาปไปชั่วชีวิต”
Theseus “แม้จะเป็นเช่นนั้นเจ้าก็ควรต้องทนทุกข์ และเข้มแข็ง มาอยู่เอเธนส์กับข้า ใช้ของร่วมกับข้า ใช้ชีวิตกับข้า จากการที่ได้ช่วยเจ้า เจ้าจะตอบแทนให้แก่ข้า และเมืองเอเธนส์อย่างใหญ่หลวงนัก”
Hercules นิ่งไปพักหนึ่งแล้วจึงตอบถ้อยอย่างช้าๆ ว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ปล่อยให้มันเป็นไปเถิด ข้าจะเข้มแข็งและรอคอยความตาย”
     หลังจากนั้นทั้งสองก็ไปยังเอเธนส์ ชาวเมืองเอเธนส์เห็นชอบกับ Theseus ที่ว่า Hercules ไม่สมควรต้องรับผิดจากการกระทำที่เขาไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าได้ทำอะไรลงไป แต่ Hercules เองที่ไม่เข้าใจเรื่องเช่นนั้น เขามีแต่อารมณ์ที่เป็นใหญ่ เขาจึงอยู่เอเธนส์ได้ไม่นานนัก
    แล้วเขาก็ไปที่ Delphi เพื่อปรึกษา Oracle (ผู้มีญาณวิเศษ เป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า) ของเทพ Apollo ซึ่ง Oracle ก็มองเรื่องที่เกิดขึ้น ในแง่เดียวกันกับที่เขาคิด เพื่อล้างมลทินของเขา Oracle บอกว่า เขาจะต้องหาญาติของเขา Eurystheus (ยู-ริส-ทูส) กษัตริย์ของ Mycenae (หรือบางเรื่องก็ชื่อ Tiryns) และรับใช้ทุกอย่างที่ Eurystheus สั่ง
     Eurystheus เป็นคนทั้งโง่และหยาบช้า เมื่อ Hercules มาปวารณาตัวเป็นทาส Eurystheus ก็สั่งงานให้ Hercules ทำภารกิจที่เรียกว่า “แรงงานของ Hercules” (The labours of Hercules) แต่ละงาน ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่ทำให้สำเร็จได้ยาก ซึ่งมีทั้งหมด 12 งาน ได้แก่
การล่าสิงโตเมืองนีเมีย (The Nemean Lion)
การปราบ Hydra (The Lernean Hydra)
การพากวางแดง (The Hind of Ceryneia)
การพาหมูป่ากลับมาเป็นๆ (The Erymanthian Boar)
การทำความสะอาดคอกม้าเมือง Augeas (The Augean Stables clean up)
การขับไล่นกที่เมือง Stymphalos (The Stymphalian Birds)
การปราบวัวกระทิงเมือง Crete (The Cretan Bull)
การพาม้ากินคนของ Diomedes กลับมา (The Man-Eating Horses of Diomedes)
การนำเอาเข็มขัดของ Hippolyte มา (Hippolyte’s Belt)
การพาเอาคอกปศุสัตว์ของ Geryon กลับมา (The Cattle of Geryon)
การนำเอาแอปเปิลของ Hesperides (The Apples of the Hesperides)
การพาเอา Ceberus กลับมาเป็น ๆ (Ceberus)
    หลังจากที่เขาได้ทำงานทั้ง 12 ชิ้นเรียบร้อย ชีวิตเขาก็ไม่ค่อยสงบสุข เพราะเขามักจะก่อเรื่องขึ้น และพยายามไถ่โทษตัวเองอยู่เสมอ จนกระทั่งได้พบกับ Deianira Hercules ได้ต่อสู้กับ Achelous เทพแห่งแม่น้ำ เพื่อ Deianira
    ในการต่อสู้ ไม่ว่า Achelous จะพยายามใช้เหตุผลหว่านล้อมเท่าใด Hercules ได้แต่บอกว่า “ข้ามีพละกำลังที่แข็งแกร่งกว่าฝีปาก สู้กันแล้วข้าจะแสดงให้เห็นว่า ข้าชนะในการต่อสู้ ส่วนเจ้าก็อาจจะพูดชนะ” Achelous ได้จำแลงเป็นวัวกระทิงในการต่อสู้ และโจมตีอย่างรุนแรง ในการต่อสู้ Hercules ได้หักเขาข้างหนึ่งซึ่งกลายเป็น Cornucopia เขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ และได้ชัยชนะ ทำให้ Hercules ได้แต่งงานกับ Deianira
    หลังจากที่ Hercules ได้ไปรบเพื่อล้างแค้นกษัตริย์ Eurytus (ยุ-ริ-ทัส) ที่ทำให้เขาต้องถูกลงโทษจาก Zeus ให้ไปเป็นทาสของ Omphale จากการฆ่าลูกชายของยูริทัส จากชัยชนะนี้ เขาได้เชลยศึกเป็นเจ้าหญิง Iole ทำให้ Deianira เกิดความริษยา จึงทอเสื้อคลุมที่ลงมนต์จากเลือดของ Nessus คนครึ่งม้า ที่บอกว่า เลือดของเขาจะใช้เป็นมนต์เสน่ห์ เมื่อ Hercules คิดนอกใจ แต่เนื่องจาก Nessus ตายด้วยศรอาบเลือด Hydra ของ Hercules จึงทำให้เลือดมีพิษด้วย เมื่อ Hercules ใส่เสื้อดังกล่าว จึงร้อนเหมือนถูกไฟเผา แม้จะถอดออกแล้วก็ตาม Deianira ฆ่าตัวตายด้วยสำนึกผิด
     ถ้าเป็นคนธรรมดาอาจจะตายด้วยพิษ ที่อยู่ในเสื้อ แต่ Hercules มีชีวิตอยู่ด้วยความทรมาน เขาจึงขอให้ก่อกองไฟขึ้นที่ภูเขา Oeta เมื่อเขาทราบว่า เขาจะได้ตายตามปรารถนา เขาก็รู้สึกเป็นสุขจึงเอ่ยปากว่า “โอ นี่คือการพัก นี่คือจุดจบ” เขาได้ขอให้ Philotetes เป็นคนจุดไฟ และมอบธนูและลูกธนู ซึ่งได้ถูกใช้ในสงครามกรุงทรอยในภายหลัง เมื่อไฟลุกท่วม Hercules ก็หายไปจากโลกมนุษย์ Athena ได้พาเขาขึ้นสู่สวรรค์ในรถลาก และก็สามารถไกล่เกลี่ยกับ Hera ได้สำเร็จ และแต่งงานกับ Hebe ลูกของ Hera



The complete score of Ercole su''l Termodonte, Vivaldi''s 1723 opera, was lost, but according to Alan Curtis, who conducts Il Complesso Barocco in this performance, arias from the opera keep being discovered and scholars now have enough of the recovered music to mount a four-hour production if they choose. But, as Curtis says with a smile in the commentary feature on the DVD, some "judicious cutting" was required; musicologist Alessandro Ciccolini made a setting of enough of the recitatives for the story to make sense and for the characters to come alive dramatically, and the resulting opera is a manageable length at a little over two hours.

The 2006 production for the Spoleto Festival was billed as the modern premiere of the work. Director John Pascoe sees the opera essentially as a struggle between the sexes -- the fierce Amazons and the Greek warriors led by Hercules. Needless to say, when the men and women meet, some romantic sparks fly, complicating what both sides had expected to be a straightforward military encounter. The elephant in the living room that has to be acknowledged is the production''s sexual content and the extent of its nudity. Hercules, traditionally clothed only in a lion skin cape, is dressed according to tradition; only the front of his right shoulder obscured by a little patch of the pelt, and for one aria, he dispenses with the cape entirely. The Amazons wear sheer tops that leave nothing to the imagination, and both they and the Greek warriors sport skimpy leather skirts split up to the waistline on the sides. The virginal Martesia and the goddess Diana are the only characters with enough coverage to be able to walk down the street in Kokomo without being arrested. The issue is relevant because, this being undoubtedly the most nubile/muscular cast ever assembled for an opera production, the physical requirements must have placed some constraints on the casting. All of the leads are at least adequate vocally, but not all are consistently up to the standard one would expect for a major international festival.

There are several star turns. Most spectacular is Marina Bartoli as Ippolita, the Amazon eventually wooed back to Athens by Teseo. Her brilliant coloratura and effervescent stage presence make her a soprano to watch out for. As Martesia, Laura Cherici sings with warmth and agility, and she is charmingly funny. As Alceste, the Athenian who falls for her, tenor Luca Dordolo, may not quite be in the same league vocally, but he gives a committed and impassioned performance. Mezzo Mary-Ellen Nesi as Antiope and countertenor Randall Scotting as Teseo are technically fully equipped to manage Vivaldi''s demands, but lack the sheer vocal beauty to enthrall. The same could be said of baritone Zachary Stains, who does a completely respectable job as Ercole, but his coloratura turns sometimes seem more perfunctory than dramatically meaningful. Then again, the fault may not entirely be the singers''. Vivaldi lacked the skills as a musical dramatist of composers like Monteverdi or Handel, whose psychological insights always informed the demands they made on their singers; in this opera, one has the sense that he is sometimes spinning out vocal lines that show off the gifts of virtuosi, but which have little real relation to the drama. The fact that Bartoli and Cherici are so compelling probably has more to do with their artistry than with Vivaldi''s ability to make the characters come alive through the music.

The production can''t be called an unqualified success, but Pascoe''s direction is genuinely effective and the characters are realistically motivated. The sexual content is not shocking, but is startlingly frank for the operatic stage, and does in fact make sense as part of Pascoe''s overall conception of the piece. The production is entertaining, and while the opera may not be a masterpiece, and not all the singers will bowl you over, the DVD could be of interest to fans of Baroque opera and of innovative staging.
 


 

คลิกดู การแสดงที่ต้องเปลือยกายเรื่องอื่นๆได้แก่

 

Creation 2012 Dave St-Pierre (2012) (ไม่มีบรรยาย)  
Choreography: Dave St-Pierre Directed by: Louise Narboni การเต้นรำที่แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ ที่ตรงข้ามกับกรอบของสังคมอันฉาบฉวยและบกพร่อง โดยนักเต้น 25คนของเขาต้องเปลือยกายแสดงอย่างเต็มรูปแบบ และเขาแนะนำว่าผู้ชมควรมีอายุมากกว่า 18 ปี
   
Moses and Aaron (1975) (บรรยายอังกฤษ)  
Directer:Daniele Huillet, Jean-Marie Straub โอเปร่า3แอ็กของเยอรมันประพันธ์โดย Arnold Schoenberg คีตกวียุคโมเดิร์น ว่าด้วยเรื่องราวจาก Exodusและในเวอร์ชั่นนี้ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบภาพยนตร์
   
NAKED BOYS SINGING! (2007) 
(ภาษาอังกฤษ) กำกับ: Robert Schrock, Troy Christian หนุ่มๆมาแก้ผ้า(จริงๆ)ร้องเพลงกัน ใครชอบเพลงสไตล์บรอดเวย์ พลาดไม่ได้เล้ย หนังแปลกๆกล้าโคตร ไม่รุคิดได้ไง 

 

   
Puppetry of the Penis: Live at the Forum (Special Version) (2001)(ไม่มีบรรยาย) 
Directer:Mick De Montignie แผ่นนี้เป็น Versionพิเศษ ต่างจากท้องตลาด คือ มี สารคดี Tackle Happy ฉบับเต็ม ความยาวประมาณ 1ชม.14นาที แถมให้ด้วย ซึ่งแผ่นที่มีขายที่อื่นในส่วนนี้จะเป็นแค่หนังตัวอย่าง 2นาที
   
Naked World Dusseldorf Germany August 6, (2006) 
(ไม่มีบรรยาย) Directer:Spencer Tunick, Jonathan V. Porcelli เบื้องหลังการถ่ายภาพนู้ดหมู่สุดอลังการของศิลปินช่างภาพ Spencer Tunick สำหรับครั้งนี้เป็นการถ่ายภาพที่ Dusseldorf Germany งานนี้ตลึงจริงๆ ทั้งตื่นตาตื่นใจ ใครชอบงานศิลป์พลาดไม่ได้เลยครับ

 


 

 


เข้าชม : 5162    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: music: originEurope: SubtitleEnglish: NotGayFilmsButGayLikeIt: NudeFilms: recommend



การแสดงบนเวทีและคอนเสิร์ตเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ