[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Shortbus (2006)

(มี..บรรยายไทย..แล้ว)

 

กำกับ: John Cameron Mitchell
สร้าง:
John Cameron Mitchell
เขียนบท:
John Cameron Mitchell
แสดงนำ
Sook-Yin Lee
ดนตรี:  
Yo La Tengo
เวลา:
101 min.
ประเทศ
USA
ภาษา:
English
, Paul Dawson, PJ DeBoy, Peter Stickles, Jay Brannan

แนว: Erotic Drama

บรรยาย: อังกฤษ/ไทย

 

ฮือฮาที่สุดแห่งปีกับโป๊สุดๆจะจะกับเซ็กส์หลายรูปแบบ แต่หนังไม่ได้มีดีแค่นั้น ยังมีประเด็นที่น่าสนใจมากอาจเป็นหนังที่ดีที่สุดเรื่องนึงด้วยซ้ำอาจเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของหนังที่มีแนวคิดเรื่องเพศที่แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น ดีสุดๆแต่ก็โป๊สุดๆเหมือนกัน

(เขียนโดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล)

ดิฉันมักมีปัญหากับการขึ้นต้นบทความเสมอ ยิ่งเมื่อเขียนถึงหนังที่ชอบจัดๆ ดูแล้วหลงรักด้วยแล้ว – แปลกแต่จริง ยิ่งคิดมาก ยิ่งพบว่าการเริ่มต้นก็ยิ่งยาก
       
        กับ Shortbus ดิฉันคิดไปคิดมาหลายตลบ เขียนแล้วลบ เขียนแล้วลบก็หลายรอบ ท้ายที่สุดดิฉันจึงตัดสินใจเริ่มต้นอย่างทื่อมะลื่อทว่าสื่อสารที่สุด ว่า
 

       
 

        สำหรับดิฉัน นี่คือหนังที่ดีที่สุด มีเสน่ห์ที่สุด และส่งผลสะท้านสะเทือนต่อความรู้สึกมากที่สุดเรื่องหนึ่งในครึ่งแรกของปีนี้
       
        เดือนนี้ Shortbus ได้เข้ามาฉายในบ้านเราด้วย โดยเป็นหนึ่งในหนังที่ได้รับเลือกให้ร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 29 กรกฎาคม
       
        เท่าที่ดิฉันเช็กกระแสจากอินเตอร์เนตและคนใกล้ชิด พบว่ามีผู้ให้ความสนใจอยากดูหนังเรื่องนี้ค่อนข้างมากทีเดียว ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นแฟนเก่าที่ติดตาม จอห์น คาเมรอน มิตเชล ผู้กำกับ มาตั้งแต่ครั้งทำหนังสะท้านทรวงที่ชื่อ Hedwig and the Angry Inch เมื่อหลายปีก่อน อีกส่วนหนึ่งดิฉันเข้าใจว่า เสียงโจษจัณฑ์ร่ำลือถึงความโจ๋งครึ่ม โป๊ไม่บันยะบันยังของหนังก็น่าจะเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญไม่น้อยอยู่เหมือนกัน
       
        เนื้อหาของ Shortbus เล่าถึงความสัมพันธ์ของผู้คนในนิวยอร์ก ซึ่งอุ่นหนาคลาคล่ำด้วยความเกี่ยวพันทางเพศที่ฉาบฉวย (จนตัวละครคนหนึ่งซึ่งหนังระบุว่าเป็นอดีตนายกเทศมนตรีของเมือง ถึงกับกล่าวว่า “คนเขามานิวยอร์กก็เพื่อเอากันทั้งนั้น”) ทว่าอ้างว้างขาดแคลนความผูกพันที่ยั่งยืน
       
        หนังประกอบด้วยตัวละครสำคัญ 2 คู่กับอีก 1 คน คู่แรกคือ เจมส์ และ เจมี คู่เกย์สุดหวานซึ่งมีผู้อธิบายว่า “เป็นคู่ที่น่าอิจฉาที่สุดในนิวยอร์ก” ถัดมาคือคู่ของ ร็อบ หนุ่มห้าว กับ โซเฟีย สาวเอเชียซึ่งเลี้ยงชีพด้วยการเป็นผู้ให้คำปรึกษาเรื่องเพศแก่คู่รักไร้สุข ส่วนอีกคนที่เหลือนั้นก็ เซฟริน หญิงสาวผู้มีอาชีพขายบริการทางเพศ
       
        หนังใช้เวลาไม่นานนักในการบอกเล่าว่า ทั้ง 5 คนล้วนกำลังประสบปัญหาทางเพศซับซ้อน เริ่มตั้งแต่เจมส์กับเจมีที่แม้จะอยู่กินกันมาหลายปี ทว่าฝ่ายแรกกลับเพียงยินยอมให้ฝ่ายหลัง ‘ร่วมรักแบบไม่ล่วงล้ำ’ ด้านเซฟริน แม้โดยอาชีพแล้ว เธอควรจะเห็นเซ็กส์เป็นแค่ ‘เรื่องขำๆ’ ทว่าในความเป็นจริง สิ่งที่ต้องทำเพื่อแลกกับความอยู่รอดกลับทำให้เธอรู้สึกชิงชังรังเกียจตัวเองมากขึ้นทุกขณะ ส่วนโซเฟียซึ่งน่าจะรู้แจ้งเห็นจริงเรื่องพรรค์นี้ดีกว่าใคร เอาเข้าจริงก็กลับไม่ เมื่อหนังเฉลยว่า คนที่คอยให้คำแนะนำผู้อื่นเป็นคุ้งเป็นแควอย่างเธอ แท้จริงแล้วกลับไม่เคยบรรลุจุดสุดยอดเลยแม้แต่ครั้งเดียว
       
        ‘ชอร์ตบัส’ ในชื่อเรื่อง เป็น ‘สถานที่พิเศษ’ ซึ่งตัวละครเหล่านี้โคจรมาพบปะสังสรรค์ ด้วยหวังว่าปัญหาทางเพศของตนจะได้รับการบำบัด
       
        ภาพภายนอกของ ‘ชอร์ตบัส’ ดูเหมือนผับบาร์เฉพาะกลุ่มซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในนิวยอร์ก ทว่าภายในนั้นเป็นเสมือนแดนสุขารมณ์สำหรับผู้นิยมกามาแบบเสรี เพราะมีทั้งห้องสำหรับกินดื่ม พูดคุย หลับนอน (เสิร์ฟถุงยางสำหรับชายและหญิงแทนของขบเคี้ยว) และจัดแสดงงานศิลปะ (บางคนทำวิดีโออาร์ตโดยนำภาพของสงวนมาตัดต่อเรียงร้อยเข้าด้วยกัน)
       
        ลูกค้าที่นั่นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางเพศกันอย่างเปิดเผย ใครใคร่พูดอะไร พูดได้ตรงนั้น, ใครใคร่ทำอะไรกับใคร ทำได้เดี๋ยวนั้น
       กล่าวได้ว่า หากนิวยอร์กเป็นศูนย์กลางด้านเซ็กส์เสรีของโลกจริงอย่างที่หนังกล่าวอ้างแล้ว ‘ชอร์ตบัส’ ก็เห็นจะต้องครองตำแหน่งเดียวกันสำหรับนิวยอร์กอย่างไม่ต้องสงสัย
       
        หนังมีภาพโจ่งแจ้งแสลงตาเยอะจริงอย่างที่ใครๆ ว่า อวัยวะของทั้งหญิงและชาย ในระยะไกลและใกล้ รวมถึงฉากเซ็กส์ ‘เอาจริงเอาจัง’ ทั้งประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ และประเภททีม ปรากฏให้เห็นเต็มสองตาอยู่เป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนั้นไม่ได้ถูกใส่เข้ามาอย่างสูญเปล่าไร้ค่า และเป้าหมายของมันก็ไม่ใช่เพื่อกระตุ้นความรู้สึกลึกลับให้กับผู้ชมอย่างที่หลายคนอาจเข้าใจ
       
        ทว่าเซ็กส์ใน Shortbus นัยหนึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตและจิตใจของตัวละคร ภาวะไร้สุขทางเพศถูกโยงใยไปถึงภาวะไร้สุขของชีวิต นอกจากนั้นเซ็กส์ยังเป็น ‘เครื่องมือ’ ที่ตัวละครเหล่านั้นใช้ในการแสวงหาสิ่งซึ่งเป็นยอดปรารถนาของตน – ไม่ว่าจะเป็นรักแท้ เป็นความฝัน ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน หรืออะไรก็ตามแต่

       
        ปัญหาของคู่เจมส์-เจมี ไม่ได้ตื้นเขินเพียงฝ่ายหนึ่งไม่ยอม ‘เปิดตัว’ แต่การไม่เปิดตัวนั้นเป็นผลลัพธ์ของการไม่ยอม ‘เปิดใจ’ รับอีกฝ่ายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
       
        โซเฟียซึ่งไม่เคยถึงจุดสุดยอดกับร็อบหรือใครๆ หนังตั้งคำถามว่า หรือเพราะเธอยังไม่พบ ‘คนที่ใช่’
       
        กรณีของเซฟรินอาจจะแปลกกว่าใคร หนังบอกว่าเธอเดินทางจากบ้านเกิดมายังนิวยอร์กเพราะฝันถึงอนาคตที่ดีกว่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความยากลำบากในการใช้ชีวิตที่เมืองใหญ่ทำให้ความฝันยิ่งเลือนราง และทุกวันนี้มันก็เหลือสภาพเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ซึ่งเธอต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อรักษามันไว้
       
        ระหว่างดู Shortbus ดิฉันอดไม่ได้ที่นึกถึงหนังของ หว่องกาไว หลายๆ เรื่องรวมกัน ทั้ง Chungking Express, Fallen Angels, Days of Being Wild และแน่นอน รวมถึง Happy Together –ซึ่งจอห์น คาเมรอน มิตเชล ผู้กำกับ เคยระบุว่าเป็นหนึ่งในหนังสร้างแรงบันดาลใจให้เขาลุกขึ้นมาทำ Shortbus- ด้วย
       
        มองกันแต่เพียงภายนอก หนังของมิตเชลเรื่องนี้แทบไม่มีส่วนใดคล้ายหนังหว่อง มันกระฉับกระเฉงกว่า มีอารมณ์ขันมากกว่า และมีสีสันกว่า อย่างไรก็ตาม เนื้อแท้ภายในกลับมีส่วนหนึ่งที่ละม้ายคล้ายกันอย่างยิ่ง นั่นก็คือ การสะท้อนให้เห็นภาวะเปลี่ยวดายเคว้งคว้าง และการแสวงหาความรู้สึกที่เรียกว่า ‘บ้าน’ ของคนจำพวกหนึ่งซึ่งรู้สึกว่าตนเข้ากันไม่ได้กับโลกวุ่นวายรอบข้าง
       
        เพย์บอยหนุ่มใน Days of Being Wild หลับนอนกับหญิงสาวไม่เลือกหน้า ทว่าผู้หญิงที่เขาโหยหามากที่สุดในชีวิต ก็คือ แม่, หนุ่มเกย์ใน Happy Together อุตส่าห์ดั้นด้นไปไกลถึงอาร์เจนตินา แต่กลับคิดถึงพ่อและที่ที่จากมาเป็นที่สุด, นักฆ่าสาวใน Fallen Angels คุ้ยค้นขยะและข้าวของของนักฆ่าหนุ่มที่เธอหลงรัก เพราะเธอใกล้ชิดกับเขาได้มากสุดเพียงแค่นั้น
       
        คล้ายคลึงกันในกรณีของตำรวจหนุ่มใน Chungking Express - ในวันเกิดปีที่เหงาที่สุดในชีวิต เขาโทรหาญาติพี่น้องและเพื่อนเก่าแทบทุกคนที่รู้จัก เพียงเพราะต้องการได้ยินเสียงของใครสักคน เพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก


       


        กับ Shortbus มิตเชลบอกเล่าเป็นนัยอยู่หลายครั้ง ผ่านภาพบ้าง เพลงหรือดนตรีประกอบบ้าง ว่าหลายคนในหนังของเขาไม่ได้เดินทางมาที่แดนเสรีฟรีเซ็กส์อย่าง ‘ชอร์ตบัส’ เพียงเพื่อค้นหาคู่นอนฉาบฉวย ทว่าสิ่งซึ่งทุกคนแสวงหาจริงๆ คือใครสักคนที่จะอยู่เคียงข้างกันภายหลังโมงยามแห่งความสุขประเดี๋ยวประด๋าวผ่านพ้น
       
        ภาพของรูปปั้นเทพีเสรีภาพยืนตระหง่านเหนือปากอ่าวแมนฮัตตัน ซึ่งหนังใช้ในช่วงเครดิตเปิดเรื่อง จึงมีความสำคัญมากกว่าจะเป็นแค่เครื่องบ่งชี้สถานที่เกิดเหตุ
       
        ตัวละครหลายคนในหนังบอกว่า นานมาแล้วตนเดินทางมานิวยอร์กเพราะมันเป็นที่ซึ่งเต็มไปด้วยโอกาสและเสรีภาพซึ่ง “ใครจะเป็นอะไรก็ได้” เช่นกัน ครั้งหนึ่งพวกเขาพาตัวเองเข้าสู่ชุมชน ‘ชอร์ตบัส’ ก็เพราะมันเป็นที่ที่ “ใครจะทำอะไรก็ได้”
       
        อย่างไรก็ตาม ไม่ช้าไม่นาน หลายคนในจำนวนนั้นก็ตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งว่า บางครั้งบางหน การถือครองเสรีภาพไร้ขีดจำกัด ก็แทบไม่ต่างจากการถูกโยนลงกลางทะเลแบบไร้เข็มทิศ
       
       
เสรีภาพไม่ได้ช่วยให้ใครหายเหงา และท้ายที่สุดมันอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่มนุษย์แสวงหา
       
        หลายคนอาจบอกว่า สัจธรรมข้อหนึ่งของชีวิตก็คือ เราต่างเกิดมาโดยลำพัง และลงท้ายก็จะจากไปโดยลำพัง
       
        แต่จะมีสักกี่คนที่แม้จะพูดอย่างนั้น แล้วเลือกจะอยู่ลำพังทั้งชีวิต

 

 

อ่านวิจารณ์ได้ที่ ---> SHORTBUS - เพศ - ศึกษา

 


Shortbus is a 2006 comedy-drama film written and directed by John Cameron Mitchell, writer/director/star of the play and film Hedwig and the Angry Inch.

The plot revolves around a sexually diverse ensemble of emotionally challenged people trying desperately to connect in post-9/11, bohemian New York City. The characters converge on a weekly Brooklyn artistic/sexual salon loosely inspired by various underground NYC gatherings that took place in the early 2000s. According to Mitchell, the film attempts to "employ sex in new cinematic ways", and it includes a variety of explicit scenes of sexuality.

It was released in North America in October 2006 by THINKFilm after premiering in May at the Cannes Film Festival, and it played in over 25 countries, winning multiple awards at the Athens, Zurich, and Gijon Film Festivals. Howard Gertler and Tim Perell received an Independent Spirit Award as Producers of the Year. The film was released to DVD in North America on March 13, 2007. The DVD features a comprehensive documentary, "Gifted and Challenged: the Making of Shortbus" (Director/Producer M. Sean Kaminsky), the vérité-style "How to Shoot Sex: A Docu-Primer", a number of deleted scenes (including a dropped subplot about a character who is the Bush twins'' personal assistant), as well as a filmmaker/cast audio commentary.
 

 


เข้าชม : 21629    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: ArtAndErotic: originAmericanCanadianAustralian: threesome: ComingOfAge: gaygoodfilm: curious: SubtitleThai: SubtitleEnglish: FeelGood: recommend



หนังสยิ้วกิ้วเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ