[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

The Kids Are All Right (2010)

(บรรยายไทย)

 

 

Directer:Lisa Cholodenko  Producer:Gary Gilbert, Philippe Hellmann, Jordan Horowitz, Jeffrey Levy-Hinte, Celine Rattray,
Daniela Taplin Lundberg
 Writter:Lisa Cholodenko, Stuart Blumberg Music:Carter Burwell, Nathan Larson, Craig Wedren   Cinematography:Igor Jadue-Lillo Editor:Jeffrey M. Werner  Running time:106 min  Country:USA  Language:English  
Genre:
Comedy | Drama  Subtitle: English/ไทย
Starring:
Julianne Moore ... Jules, Annette Bening ... Nic,
Mark Ruffalo ... Paul, Mia Wasikowska ... Joni,
Josh Hutcherson ... Laser


 

 The Kids Are All Right

 

เข้าชิง 4 รางวัล ดังนี้
Actor in a Supporting Role
Actress in a Leading Role
Best Picture
Writing (Original Screenplay)

 


 

The Kids Are All Right (2010)

 

      เป็น1ในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของปีนี้ก็ว่าได้ และคาดว่าจะได้เข้าชิงออสการ์ในปีนี้ด้วย โดยเฉพาะสาขานักแสดงนำหญิง Annette Bening และบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ Mark Ruffalo ก็อาจเข้าชิงสมทบชายด้วย แต่ที่แน่ๆเข้าชิงลูกโลกทองคำสาขา ภาพยนตร์คอมเมดี้ยอดเยี่ยมไปแล้ว (ตอนที่เขียนนี้ยังไม่ได้ประกาศผล) แต่ที่แน่ๆยิ่งกว่าคือหนังคว้ารางวัลใหญ่ไปแล้วจากเทศกาลหนังเบอร์ลินนั้นคือรางวัลเท็ดดี้อวอร์ด ที่มอบให้กับหนังเกย์เลสเบี้ยนยอดเยี่ยมแห่งปี นอกจากนั้นหนังยังเข้าชิง Independent Spirit Awards รางวัลที่มอบให้กับหนังอินดี้ในอเมริกา ในสาขาสำคัญๆอีก (ตอนที่เขียนนี้ยังไม่ได้ประกาศผล) เรียกว่าเป็นหนังเล็กๆอีกเรื่องของปีนี้ที่ต้องดูเลยล่ะ

 

      The Kids Are All Right เป็นเรื่องราวของครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่งอันประกอบไปด้วยสมาชิก 4คน ได้แก่ ลูกสาววัย 18 ลูกชายวัย 15 และแม่ 2คน!!! ใช่แล้วแม่2คนที่เป็นคู่เลสเบี้ยน กัน ซึ่งแสดงโดย Julianne Moore และ Annette Bening ทั้งคู่เล่นได้ยอดเยี่ยม และต้องมาปะทะบทบาทกับ  Mark Ruffalo ในบทเจ้าของน้ำเชื้อ ที่เล่นได้เยี่ยมไม่แพ้กัน ผมมองว่าหนังสมัยนี้เขามักจะเปิดโอกาสให้เราได้คิด เปิดกว้างและไม่พยายามชี้นำคนดูให้เข้าข้างใคร ดังนั้นมันเลยไม่มีพระเอก ไม่มีผู้ร้าย มีแต่มุมมองของมนุษย์ นั้นคือแล้วแต่ประสบการณ์และอารมณ์ของคนดูแต่ละคน ว่าจะเข้าข้างและเห็นใจในตัวละครตัวไหน บทสรุปของหนังอาจไม่โดนใจใครบางคน แต่เชื่อเถอะนี่คือหนังดีเรื่องหนึ่ง

    


(บทความนี้ตัดมาจาก http://starpics.co.th/board/index.php?topic=1276.0)

The Kids Are All Right (2010) - ครอบครัวสิสำคัญ

 

คำว่าครอบครัว คำว่า คู่รักในยุคสมัยใหม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบออกไปจากอดีต เยอะมาก ไม่ได้ต้องมีข้อจำกัดเฉพาะ ชาย-หญิง อีกต่อไป ปัจจุบัน ชาย-ชาย , หญิง-หญิง ก็สามารถสร้างครอบครัวของตนเองขึ้นมาได้เช่นเดียวกัน แต่พื้นฐานไม่ว่าจะต่างเพศ หรือเพศเดียวกัน ก็ยังหนีไม่พ้นปรัชญา อันเดียวกัน

Nic (Annette Bening) เป็นแพทย์หญิงอยู่กับ Jules (Julianne Moore) มาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20 ปี เธอทั้งสองมีลูกชายและลูกสาว Laser (Josh Hutcherson) และ Joni (Mia Wasikowska จาก Alice In Woderland) ลูกทั้งสองของเธอ เกิดขึ้นมาจาก ธนาคาร สเปิร์ม ซึ่งมีผู้บริจาคไว้ เมื่อลูกสาวโตขึ้น จนอายุ 17ปี เธอเกิดมีความต้องการรู้ว่า ใครคือเจ้าของสเปิร์ม สืบไปสืบมา จนพบว่า Paul (Mark Ruffalo) หนุ่มใหญ่ โสด ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านอาหาร เป็นเจ้าของสเปิร์ม นั้น ซึ่งก็หมายถึงเขา เป็น พ่อของคนทั้ง สองคน เรื่องยุ่งๆเลยเกิดขึ้น

ผมชอบบทตั้งแต่ได้อ่านเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ เกิดความอยากดูมาก และพอดูจบว่ามีอะไรมากมายหลายอย่างที่น่าพูดถึง ผมไม่แน่ใจว่าเคยมี่หนังฝรั่งเรื่องอะไรบ้างที่เคยพูดถึงการดำเนินชีวิตของ ทอม-ดี้ พยายามนึกแต่ยังนึกไม่ออก เพราะเท่าที่ผ่านมาส่วนมาก เราจะเห็นแค่ฉากจูบกัน หรือ อยู่ด้วยกันบ้าง และโดยเฉพาะ ทอม-ดี้ที่อายุพอสมควร ดังนั้นภาพในหนังในการนำเสนอ น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแบบเลสเบี้ยน จริงๆ (เพราะดูท่าทางผู้กำกับก็ออกไปในแนวนั้นเหมือนกัน)

Bening แสดงเป็นทอม ได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ลักษณะท่าทางการเดิน อาการที่พยายามเก็บอาการไม่พอใจ ทั้งๆที่ใจนั้นลุกเป็นไฟ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ Moore ซึ่งก็แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน แต่บทที่จะส่งนั้นดูด้อยกว่า เธอเล่นเป็น Jules ซึ่งเสมือนเป็นเมีย อยู่กับบ้านมาตลอด และบางครั้งก็อยากแสดงให้คู่รักของตัวเองว่าตัวเองนั้นก็มีความสามารถเพียงพอในการหาเงิน ก็เลยทำงานเป็น นักออกแบบสวน ซื้อรถและอุปกรณ์มาเยอะแยะ โดยที่ยังไม่มีลูกค้าสักคน สำหรับ Jules นั้น เธอก็เหมือนกับผู้หญิงโดยทั่วไป ที่อยู่กับบ้าน และวันหนึ่งก็อยากพิสูจน์ว่าตัวเองเก่ง ก็อยากออกไปนอกบ้านพบปะผู้คน ถึงแม้ว่าคนรักของตัวเองจะไม่ค่อยพอใจ นักก็ตาม

Mark Ruffalo เล่นหนังมานานมาก เขามักเล่นเป็นตัวประกอบยอดเยี่ยมอยู่ตลอดเวลา บทของเขาบทนี้ เหมือนกับเป็นการพัฒนา จากบทเมื่อ 10 ปีก่อนของเขา ในเรื่อง You Can Count On Me เขาเล่นเป็นผู้ชายที่ ในอดีต ไม่ประสพความสำเร็จ ออกจากโรงเรียนกลางคัน เล่นกีฬาก็ไม่เก่ง แต่ก็มีชีวิตอยู่รอดมาได้ ตอนวัยรุ่นก็ไปบริจาค สเปิร์ม ได้เงินค่าตอบแทน 60 เหรียญ (อืมไม่เลวนะ) ปัจจุบัน เขาประสพความสำเร็จ เป็นเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งฝืมือน่าจะดีทีเดียว และความที่เป็นหนุ่มร่าเริง และหน้าตาดี ก็เลยมีสาวๆมาหมุนเวียนตลอดเวลา ก็เลยโสดอยู่อย่างนั้น วันดีคืนดี เขาพบว่าเป็นพ่อคน และมีลูกสาวลูกชาย อายุ 17 ,15 ปี ก็เลยมีความคิดว่า เขาน่าจะมีครอบครัวได้ แบบสำเร็จรูป (คือไม่ต้องเลี้ยงมาตั้งแต่ต้น) และน่าจะเป็นทั้ง พ่อของลูก และ สามีที่ดีของภรรยาได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ผู้ชายโสด ที่อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด 40 ปี การจะพลิกผันหันมารักครอบครัวทันที ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย เพราะตัวเองนั้น อยู่คนเดียวมาตลอด การที่ไม่เคยต้องผูกมัดกับใคร อิสระ ทางความคิด หรือ การกระทำ อยู่ๆจะเปลี่ยน โดยฉับพลัน เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น หรือถ้าเกิดขึ้น ก็คงจะไม่ยืนยาว

จริงๆ โทนหนังเรื่องนี้ สามารถทำเป็นหนัง ดราม่าหนักๆได้อย่างสบายๆ แต่ผู้กำกับเลือกที่จะรักษาโทนให้ นุ่มลง เบาลง โดยการเพิ่ม ฉากบางฉาก ซึ่งทำให้ผ่อนคลาย และ ทำให้เกิดรอยยิ้มกับคนดูโดยไม่ถือว่าเป็นส่วนเกินของหนังแต่อย่างใด ผมเชื่อว่าต้องมีหลายฉากที่น่าจะประทับใจ เช่นฉาก สนทนาบนโต๊ะอาหาร และฉากคำพูดที่ Nic พูดกับ Paul ในช่วงท้าย


ในชีวิตจริง ผมก็เคยรู้จัก ทอม-ดี้ หลายคู่ และส่วนมากก็อยู่กันมานาน มีคู่หนึ่ง สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกัน เป็นเวลา 15ปี+ ถามว่ามีปัญหาระหว่างทางไหม ก็มีเหมือนคนปกติทั่วไป ทอม ก็เคยออกนอกรู้นอกทาง ดี้ก็เคยไปมีเพศสัมพันธ์ กับผู้ชาย แต่ทั้งหมดก็ผ่านมาได้จนทุกวันนี้ ซึ่งความเป็นจริงทำให้ผมตระหนักว่า ไม่ว่า จะอยู่กันในลักษณะไหน ไม่ว่าจะอยู่กับเพศไหน ที่สำคัญที่สุดคือ การยอมรับผิดและการให้อภัย การขีดเส้นตาย และสร้างรั้วเพื่อล้อมกรอบ มีแต่การทำให้ครอบครัวนั้นแตกสลาย และร้าวจนยากที่จะสมานให้เหมือนเดิมได้ ผมเชื่อว่า สิ่งมี่หนังอยากจะสื่อให้คนดูได้รับทราบ ไม่ใช่เรื่องราวชองทอมกับดี้ แต่หมายถึง คำว่าครอบครัว ซึ่งไม่ได้ระบุเจาะจงว่า ต้องเป็นเพศไหนอยู่กับเพศไหน แต่สำคัญที่สุดคือเรื่องจิตใจ ของคนที่อยู่ร่วมกันทั้งหมด ซึ่งถือว่าหนังทำได้สำเร็จ


และผมถือว่า นี่เป็นหนังที่ยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่งในปีนี้ครับ

 


หนังตัวอย่าง:

 


รางวัล:

Berlin International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2010 Won Teddy Best Feature Film
Lisa Cholodenko
 
Broadcast Film Critics Association Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2011 Nominated Critics Choice Award Best Acting Ensemble
Josh Hutcherson
Annette Bening
Julianne Moore
Yaya DaCosta
Kunal Sharma
Rebecca Lawrence
Joaquín Garrido
Mia Wasikowska
Mark Ruffalo
Eddie Hassell
 
Golden Globes, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2011 Nominated Golden Globe Best Motion Picture - Musical or Comedy
Best Performance by an Actress in a Motion Picture - Musical or Comedy
Annette Bening
Best Performance by an Actress in a Motion Picture - Musical or Comedy
Julianne Moore
Best Screenplay - Motion Picture
Stuart Blumberg
Lisa Cholodenko
 
Gotham Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2010 Nominated Best Ensemble Cast Julianne Moore
Annette Bening
Mark Ruffalo
Eddie Hassell
Kunal Sharma
Josh Hutcherson
Joaquín Garrido
Rebecca Lawrence
Mia Wasikowska
Yaya DaCosta
Best Film Daniela Taplin Lundberg (producer)
Lisa Cholodenko (director)
Jordan Horowitz (producer)
Jeffrey Levy-Hinte (producer)
Gary Gilbert (producer)
Philippe Hellmann (producer)
Celine Rattray (producer)
 
Independent Spirit Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2011 Nominated Independent Spirit Award Best Director
Lisa Cholodenko
Best Feature
Best Female Lead
Annette Bening
Best Screenplay
Stuart Blumberg
Lisa Cholodenko
Best Supporting Male
Mark Ruffalo
 
Satellite Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2010 Nominated Satellite Award Best Actress in a Motion Picture, Comedy or Musical
Annette Bening
Best Actress in a Motion Picture, Comedy or Musical
Julianne Moore
Best Director
Lisa Cholodenko
Best Motion Picture, Comedy or Musical
Best Screenplay, Original
Lisa Cholodenko
Stuart Blumberg
 
Screen Actors Guild Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2011 Nominated Actor Outstanding Performance by a Cast in a Motion Picture
Outstanding Performance by a Female Actor in a Leading Role
Annette Bening
Outstanding Performance by a Male Actor in a Supporting Role
Mark Ruffalo
 
Washington DC Area Film Critics Association Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2010 Nominated WAFCA Award Best Acting Ensemble
Mark Ruffalo
Joaquín Garrido
Yaya DaCosta
Josh Hutcherson
Kunal Sharma
Mia Wasikowska
Annette Bening
Julianne Moore
Rebecca Lawrence
Eddie Hassell
Best Actress
Annette Bening
Best Original Screenplay
Stuart Blumberg
Lisa Cholodenko
 
World Soundtrack Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2010 Nominated World Soundtrack Award Film Composer of the Year
Carter Burwell
Also for Where the Wild Things Are (2009), Howl (2010), A Serious Man (2009) and The Blind Side (2009).
 

 


Plot:

Two children conceived by artificial insemination bring their birth father into their family life.

Nic and Jules are in a long term, committed, loving but by no means perfect relationship. Nic, a physician, needs to wield what she believes is control, whereas Jules, under that control, is less self-assured. During their relationship, Jules has floundered in her "nine to five" life, sometimes trying to start a business - always unsuccessfully - or being the stay at home mom. She is currently trying to start a landscape design business. They have two teen-aged children, Joni and Laser, Nic who is Joni''s biological mother, and Jules who is Laser''s biological mother. Although not exact replicas, each offspring does more closely resemble his/her biological mother in temperament. Joni and Laser are also half-siblings, having the same unknown sperm donor father. Shortly after Joni''s eighteenth birthday and shortly before she plans to leave the house and head off to college, Laser, only fifteen and underage to do so...

 



 

 

คลิกดูรีวิว ผลงานเรื่องอื่นๆของ

Mark Ruffalo ได้ที่

 

You Can Count on Me (2000)
(บรรยายไทย)กำกับ:Kenneth Lonergan หนังอบอุ่นแห่งปีกับรางวัลหนังยอดเยี่ยมและบทยอดเยี่ยมในเวทีซันแดนซ์ และต่อเนื่องด้วยการติดโผเข้าชิงและซิวรางวัลจากอีกหลายสมาคมนักวิจารณ์รวมทั้งออสก้า จึงกลายเป็นหนังเล็กๆซึ้งๆ ที่ใครต่อใครต้องเหลียวมอง
   

 

 


 

 

 

 

 


เข้าชม : 9580    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originAmericanCanadianAustralian: FeelGood: SubtitleThai



หนังอเมริกัน และออสเตรเลียเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ