[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

ร์ รื่ นี้ ป็ นึ่   '' นั ค่ น่ ดู ''  ถู ก ย ก ย่ อ ง ว่ า ย อ ด เ ยี่ ย ม

 

   
Manderlay (2005)
 (บรรยายไทย)

ควรค่าน่าดูตรงที่ : เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองในไตรภาคชุด "สหรัฐอเมริกา ดินแดนแห่งโอกาส" ของลาร์ส ฟอน เทรียร์  เข้าชิงปาร์มทอง

 

 
 

Director:Lars von Trier Producer:Vibeke Windeløv, Peter Aalbæk Jensen (executive) Written by:Lars von Trier Music:Joachim Holbek Cinematography:Anthony Dod Mantle Edited:Marlene Stensgård  Genre:Drama Running time:139 min Language:English  

Country:Denmark, Sweden, Netherlands, France, Germany, United Kingdom, Italy  Subtitle:English,  ไทย

Starring: Bryce Dallas Howard - Grace Margaret Mulligan, Willem Dafoe - Grace''s father, Danny Glover - Wilhelm,

Lauren Bacall - Mam, Jean-Marc Barr - Mr. Robinson, Udo Kier - Mr. Kirspe, Isaach de Bankolé - Timothy, Michäel Abiteboul - Thomas
Geoffrey Bateman - Bertie, Virgile Bramly - Edward, Ruben Brinkman - Bingo, Doña Croll - Venus, Jeremy Davies - Niels
Llewella Gideon - Victoria, Mona Hammond - Old Wilma, Ginny Holder - Elizabeth, Emmanuel Idowu - Jim, Željko Ivanek - Dr. Hector
Teddy Kempner - Joseph, Rik Launspach - Stanley Mays, Suzette Llewellyn - Flora, Charles Maquignon - Bruno, Joseph Mydell - Mark
Javone Prince - Jack, Clive Rowe - Sammy, Chloë Sevigny - Philomena, Nina Sosanya - Rose, John Hurt - Narrator
 

 

Storyline:

After gangster Mulligan''s cars colony, fleeing northern justice, finds a hiding place in Alabama, spoiled, naive daughter Grace refuses to travel on after seeing the Manderlay cotton plantation being run under slavery rules, called Mam''s law, inclusive flogging. She keeps half of dad''s goons as guard to force the dying matriarch-owner''s heirs, which she shamelessly dispossesses and reduces to ''staff'', to taste destitution under absurd, gun-imposed contracts. The ''slaves'' are made free partners, supposed to vote for progress after lessons from Grace. But almost all her democracy-pupils prove fickle, dumb and selfish, except old Willem. Her and their ignorance in Southern planting and crafty Dixie ways means more problems are created then solved. By the time dad returns to pick her up or abandon her for good, she''s the one who has learned and changed the most.

Manderlay is a 2005 Danish drama film written and directed by Lars von Trier and the second part of von Trier''s projected USA – Land of Opportunities trilogy. It stars Bryce Dallas Howard, who replaces Nicole Kidman in the role of Grace Mulligan. The film co-stars Willem Dafoe, replacing James Caan. Lauren Bacall and Chloë Sevigny return portraying different characters from those in Dogville. Only John Hurt, Udo Kier and Jean-Marc Barr reprise their roles.

The staging is very similar to Dogville. The film was shot on a sparsely dressed sound stage. As in the case of Dogville, Manderlay‍ ''​s action is confined to a small geographic area, in this case a plantation.


Trailer:


Awards:  1 win & 15 nominations.

 

 

Bodil Awards 2006

Nominated
Bodil
Best Film (Bedste danske film)
Lars von Trier 
 

Cannes Film Festival 2005

Nominated
Palme d''Or
Lars von Trier 
 

European Film Awards 2005

Nominated
European Film Award
Best Cinematographer
Anthony Dod Mantle 
Best Composer
Joachim Holbek 
Best Production Designer
Peter Grant 
 

Robert Festival 2006

Nominated
Robert
Best Film (Årets danske spillefilm)
Vibeke Windeløv (producer) 
Lars von Trier (director) 
Best Director (Årets instruktør)
Lars von Trier 
Best Actress (Årets kvindelige hovedrolle)
Bryce Dallas Howard 
Best Screenplay, Original (Årets originalmanuskript)
Lars von Trier 
Best Cinematography (Årets fotograf)
Anthony Dod Mantle 
Best Production Design (Årets scenograf)
Peter Grant 
Best Costume Design (Årets kostumier)
Manon Rasmussen 
Best Special Effects/Lighting (Årets special effects/lys)
Peter Hjorth 
Best Sound (Årets lyd/sounddesign)
Kristian Eidnes Andersen 
Per Streit 
 

Valladolid International Film Festival 2005

Won
50th Anniversary Prize
Lars von Trier 
Together with Caché (2005).
Nominated
Golden Spike
Lars von Trier 
 

 

   

Review:
(บทความนี้ตัดมาจาก..https://th.wikipedia.org/wiki/แมนเดอร์เลย์..ขอขอบคุณท่านผู้เขียนมา ณ.ที่นี้)
 

แมนเดอร์เลย์ (อังกฤษ: Manderlay) เป็นภาพยนตร์ภาคต่อของเรื่อง ด็อกวิลล์ ของลาร์ส ฟอน เทรียร์ เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองในไตรภาคชุด "สหรัฐอเมริกา ดินแดนแห่งโอกาส" (USA - Land of Opportunities)

ภาพยนตร์ถ่ายทำด้วยทีมงานชุดเดียวกับเรื่องด็อกวิลล์ ทั้งผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับภาพ และตัดต่อ โดยใช้เทคนิคแบบเดียวกัน คือใช้กล้องวิดีโอดิจิตอล ใช้ฉากเรียบง่ายคล้ายละครเวที อุปกรณ์ประกอบฉากอยู่ในโรงถ่ายโล่ง โดยตีเส้นที่พื้นและมีตัวหนังสือกำกับ เช่นเดียวกับในภาคแรก ภาพยนตร์ยังแบ่งเป็นหลายๆ องก์ ตามแนวทางส่วนตัวของฟอน เทรียร์ เช่นเดิม ดนตรีประกอบภาพยนตร์ใช้ดนตรีคลาสสิกจากการประพันธ์ของอันโตนีโอ วีวัลดี โทมาโซ อัลบิโนนี จอร์จ เฟรดริก ฮันเดล จิโอวานนี บัททิสตา เปอร์โกเลซี และเดวิด โบวี

ฟอน เทรียร์ใช้เสียงบรรยายของจอห์น เฮิร์ต เช่นเดิม แต่เปลี่ยนตัวนักแสดงนำในบทเกรซ จากนิโคล คิดแมน เป็นไบรซ์ ดัลลัส ฮาเวิร์ด และบทตัวพ่อ จากเจมส์ คาน เป็นวิลเลม ดาโฟ ส่วนนักแสดงอื่น ได้แก่ลอเรน เบคอล โคลเอ เซวิกนี ฌอง-มาร์ก บาร์ และอูโด เคียร์ กลับมารับบทอีกครั้ง แต่เปลี่ยนตัวละครที่เล่นไปจากในภาคก่อน

เนื้อเรื่องในภาพยนตร์ต่อเนื่องจากภาคแรก ในทศวรรษ 1930 หลังจากเมืองด็อกวิลล์ถูกเผาทำลายไป เกรซและพ่อเดินทางไปยังแอละบามา และได้พบกับเมืองเกษตรกรรมเล็กๆ ชื่อ "แมนเดอร์เลย์"  เมืองชนบทที่ยังคงมีการใช้แรงงานทาส ถึงแม้จะเป็นเวลากว่า 70 ปีหลังสงครามกลางเมืองอเมริกาแล้วก็ตาม

ในการถ่ายทำภาพยนตร์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทารุณกรรมสัตว์ โดยมีการฆ่าและชำแหละลาจริงๆ เพื่อความสมจริง ผลจากฉากนี้ ทำให้นักแสดงคนหนึ่ง คือ จอห์น ซี. รีลลีย์ ขอถอนตัวออกจากภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ในที่สุด ฉากนี้ก็ถูกตัดออกจากการฉายจริง

 


(บทความนี้ตัดมาจาก..https://movie2backup.wordpress.com/2014/09/23/manderlay-2005/..ขอขอบคุณท่านผู้เขียนมา ณ.ที่นี้)
Manderlay (2005)
โดย copy-backup
ถึงแม้จะดูเหมือนเป็นภาคต่อที่ใช้ตัวละครเดียวกันกับ Dogville (2003) แต่เนื้อเรื่องใน Manderlay ก็เหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ โดยตัวละครหลักจาก Dogville ก็มี เกรซ และพ่อเกรซ แล้วเปลี่ยนนักแสดงตัวละครเกรซจาก Nicole Kidman เป็น Bryce Dallas Howard ส่วนพ่อเกรซใน Dogville จำไม่ได้ว่าใครแสดงแต่ใน Manderlay รับบทโดย Willem Dafoe ที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือการถ่ายทำที่ใช้ฉากเหมือนละครเวที

เรื่องราวก็หลังจากที่เกรซกับพ่อและแกงค์สเตอร์ออกจาก Dogville มาก็บังเอิญได้พบคนดำกำลังโดนทำโทษโดยการเฆี่ยนอยู่ในที่สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า Manderlay สภาพภายในนั้นเหมือนอยู่ยุคค้าทาสมีคนผิวดำเป็นทาสอยู่เต็มไปหมดแล้วมีนายหญิงผิวขาวแก่ ๆ คนหนึ่งเป็นเจ้านาย เกรซไม่ทนที่จะเห็นสถานที่แห่งนี้ยังคงใช้ทาสแบ่งชนชั้นอยู่ทั้ง ๆ ที่มันควรจะหมดไปนานแล้วกับเรื่องทาสอะไรแบบนี้ ประจวบเหมาะกับนายหญิงแก่ดันตายลงพอดี เกรซจึงคิดจะปฏิวัติสถานที่แห่งนี้ใหม่ ทาสต้องมีอิสระ โดยไม่ฟังคำเตือนของพ่อที่บอกว่าอย่าเข้าไปยุ่งเลย กลับบ้านเรากันเถอะลูก แต่เกรซก็อยากจะเอาชนะพ่อโดยให้พ่อคอยดูความสำเร็จของตนที่จะเปลี่ยนแปลง Manderlay ให้ไปในทิศทางใหม่ทั้งหมด เอาเข้าจริงเกรซถึงกับต้องกุมขมับ เพราะสังคมทาสที่นี่เหมือนสวนสัตว์อยู่ในกรงที่ไม่รู้ว่าพวกคนดำในนี้ดำรงชีวิตอยู่มากี่ชั่วคนแล้ว การหักดิบยกระเบียบการดูแลทาสแบบเดิมที่หญิงแก่เคยใช้ทิ้งไปแล้วเปลี่ยนแผนการดำรงอยู่ใหม่หมด เหมือนเอาสัตว์ที่อยู่ในกรงมานานจนชินมีข้าวกินตามเวลามีระเบียบเป็นของตัวเอง แต่พอเอามาปล่อยให้อยู่นอกกรงกับทำอะไรไม่เป็นเลย เงอะ ๆ งะ ๆไม่รู้จะหันไปทางไหนทำตัวอย่างไรดี แต่เกรซก็สามารถพาคนผิวดำพวกนี้ผ่านวิกฤตพวกนี้มากได้ ผ่านเรื่องราวสาหัสผ่านปัญหาเยอะอกมาเยอะจนในที่สุดสังคมใหม่ใน Manderlay ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นใหม่โดยตัวเกรซนั้นเองก็ภูมิอกภูมิใจในความสำเร็จของตัวเองด้วย สิ่งหนึ่งที่เกรซได้สอนให้พวกคนดำพวกนี้เรียนรู้คือประชาธิปไตยเสียงส่วนมาก เมื่อบางคนมีปัญหาเล็กใหญ่ก็สามารถเลือกทางออกที่ดีกว่าได้ด้วยการโต้เถียงหาเหตุผลของแต่ละคนที่ยกขึ้นแล้ววัดคะแนนเสียงข้างมากจากการยกมือเห็นด้วยกับวิธีนั้น แล้วทุกคนก็ต้องยอมรับในผลคะแนนโดยดี ปัญหาธรรมดาบางอย่างก็จบลงง่าย ๆ ซึ่งก็มีอยู่ที่เกรซไม่เห็นด้วยกับวิธีการแก้ปัญหาตรงนี้แต่จะทำอย่างไงได้ในเมื่อประชาคนส่วนมากของที่นี่นั้นยอมรับและยึดถือสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยไว้อย่างหนาแน่น จึงไม่สามารถแถหรือหนีปัญหาชิ้นใหญ่ตรงนี้ไปได้

โดยรวมแล้วเรื่องนี้ถ้าให้เทียบกับ Dogville มันค่อนข้างเบากว่ามากเลย ความน่าติดตามก็ดูจะน้อยกว่าด้วย ออกจากเรื่อย ๆ ไปซักนิด ซึ่งระหว่างฉันก็เอะใจนะว่านี่มันหนังของ Lars von Trier หรือ ดูมันไม่ค่อยจะทารุณคนดูเลย (พูดให้ง่ายคือ ไม่แซ่บเท่า Dogville)
ตอนท้ายของ Manderlay ถึงจะไม่เล่นกันแรงแบบทรมาณขยี้จิตใจเหมือน Dogville แต่ก็เป็นการกระทืบขยี้ความภาคภูมิใจความสำเร็จของเกรซซะเละตุ้มเป๊ะไม่มีชิ้นดี ความหวังครั้งใหญ่และครั้งเดียวของเกรซก็พลอยโดนลูกหลงกระเด็นปลิวหายไปด้วย หลาย ๆ อย่างในช่วงท้ายมันทำให้ฉันต้องมองย้อนกลับไปในหนัง ไม่ใช่แค่มองย้อนไปนิดนึงหรือครึ่งเรื่องนะ แต่มันสามารถมองย้อนกลับไปโน้นไปถึงต้นเรื่องได้เลย จึงทำให้ภาพ Manderlay แรกเห็นกับปัจจุบันต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง…
 



 


เข้าชม : 3308    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: curious: originAmericanCanadianAustralian: originEurope: recommend: SubtitleThai: SubtitleEnglish



หนังยุโรปเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ